CBGไตรมาส3/69กำไรฟื้น ธุรกิจจัดจำหน่ายเด่นดันโต

#CBG #ทันหุ้น – “กูรู” แนะจับตา CBG เข้าสู่รอบการเติบโต จากเครื่องยนต์ใหม่ “ธุรกิจจัดจำหน่าย โดยเฉพาะแอลกอฮอล์” เชื่อ 2-3 ปี ขึ้นแท่นเป็นรายได้หลัก ด้านเครื่องดื่มชูกำลังยังได้รับแรงหนุนกลยุทธ์ตรึงราคาขาย 10 บาท พร้อมมองงบไตรมาส 2 ต่ำสุด เชื่อกำไรฟื้นตัวตั้งแต่ Q3/2569 ถึงปีหน้า แนะนำ”ซื้อ”
นายสิรวิชญ์ ประเสริฐวรกุล ผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจของ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ว่า แม้ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังยังเป็นรายได้หลักของ CBG ในปัจจุบัน แต่ปัจจัยที่น่าจับตามากที่สุดในระยะต่อจากนี้ธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่าย โดยเฉพาะสุราข้าวหอม ซึ่งกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวใหม่ของบริษัท จากการที่ตลาดมีขนาดใหญ่ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท สูงกว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งมีมูลค่าราว 45,000 ล้านบาท
สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบัน CBG มีส่วนแบ่งตลาดสุราประมาณ 17-18% และยังมีช่องว่างในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกมาก หากสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้รายได้จากธุรกิจสุราเติบโตในอัตราที่สูงกว่าธุรกิจเครื่องดื่ม
@ธุรกิจจัดจำหน่ายโตเด่น
ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ภายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า รายได้จากธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นรายได้หลักของบริษัท แซงหน้าธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังเป็นครั้งแรก โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งขนาดตลาดที่ใหญ่กว่า การขยายช่องทางจำหน่าย และการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้โครงสร้างรายได้ของ CBG มีความหลากหลายมากขึ้น และลดการพึ่งพารายได้จากเครื่องดื่มชูกำลังเพียงธุรกิจเดียว
ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังยังคงเป็นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทเดินหน้ารักษากลยุทธ์จำหน่ายในราคา 10 บาทต่อขวดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดรวมจะเติบโตเพียงระดับ Low Single Digit หรือประมาณ 2-3% แต่ CBG ยังสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม จากจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงผู้บริโภคและความแข็งแกร่งของแบรนด์
@ปรับต่างประเทศ
ด้านตลาดต่างประเทศเมียนมายังคงเป็นตลาดที่เติบโตโดดเด่น โดยยอดขายยังขยายตัวในระดับ 20-30% ต่อปี แม้ฐานรายได้ยังไม่ใหญ่มาก ขณะที่ตลาดกัมพูชายังคาดว่าจะทรงตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ธุรกิจในประเทศอังกฤษ บริษัทเตรียมปรับรูปแบบการดำเนินงานจากการบริหารเองมาเป็นการจำหน่ายหัวเชื้อ (Concentrate) ให้พันธมิตรในท้องถิ่น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งจะช่วยยุติการขาดทุนที่ปัจจุบันอยู่ราว 100 ล้านบาทต่อปี พร้อมรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับการดำเนินธุรกิจเดิม
สำหรับผลประกอบการในระยะสั้น คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาส 2 จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก เนื่องจากเริ่มใช้วัตถุดิบล็อตใหม่ที่มีต้นทุนสูงขึ้น หลังสต๊อกเดิมที่มีต้นทุนต่ำทยอยหมดลง โดยประเมินว่าไตรมาส 3 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนที่อัตรากำไรจะทยอยฟื้นตัวในไตรมาส 4
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น CBG พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 58.00 บาท โดยมองว่าการเติบโตของธุรกิจสุราข้าวหอมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่าบริษัทในระยะยาว ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่งจากการรักษาความสามารถในการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ราคา 10 บาท
@Q3 ฟื้นตัว
นายพิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรไตรมาส 2/2569 คือจุดต่ำสุดแล้ว และคาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 3 และต่อเนื่องถึงในปีหน้า เนื่องจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในเติบโตแข็งแกร่ง และรายได้ธุรกิจจำหน่าย โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ที่จะมาหนุนครึ่งหลังและปีหน้า ผลกระทบกัมพูชาจะจบในไตรมาส 3 ปีนี้ ทำให้ผลดำเนินงานในไตรมาส 3/2569 ของ CBG จะเป็นไตรมาสแรกที่กำไรเติบโต YoY จึงมองว่าหากราคาหุ้นอ่อนตัวลงหลังจากประกาศงบไตรมาส 2/2569 เป็นโอกาสในการเข้าไปทยอยซื้อสะสม ให้ราคาเหมาะสมที่ 56 บาทต่อหุ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
