AOT โชว์ไฟลต์บินยังแน่น แอปเคลียร์สัมภาระได้ผล

#AOT #ทันหุ้น - AOT การเดินทางยังหนาแน่นจีนท่องเที่ยวปกติ โชว์ตัวเลขปีนี้เดินทางแตะ 126.2 ล้านคน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันติดตามสัมภาระ ระบุตำแหน่งกระเป๋าส่งคืนผู้โดยสารเร็ว เล็งต่อยอดติดตามสินค้า Cargo เดินหน้าดันผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถ คาดเซ็นสัญญา AOTGA ตุลาคม นี้ รับไฮซีซัน
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ถึงกรณีที่มีสายการบินประสบปัญหากับการจัดการสัมภาระ และมีการยกเลิกเที่ยวบินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจำกัดอยู่ในส่วนการให้บริการของผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling Service Providers) บางราย ขณะที่เที่ยวบินของสายการบินอื่นยังสามารถให้บริการตามปกติ ไม่ได้มีการยกเลิกเที่ยวบินจากเหตุการณ์ดังกล่าว
โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว (Golden Week) ซึ่งเที่ยวบิน และนักท่องเที่ยวจีนเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วง 2 สัปดาห์ (23-30 ก.ย.69) ที่ผ่านมา ดันปริมาณผู้โดยสารรวม 6 ท่าอากาศยานในปีงบประมาณ 2568/2569 แตะที่ราว 126.2 ล้านคนสูงกว่าประมาณการเดิมว่าจะทรงตัวที่ราว 125.9 ล้านคนที่ทำได้เมื่อปี 2567/2568 เล็กน้อย
@ สบช่องพัฒนาแอปติดตาม
ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาระบบการให้บริการภาคพื้น โดยเฉพาะการบริหารจัดการสัมภาระ ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของผู้ให้บริการภาคพื้นตามสิทธิ์สัมปทาน ทำให้ AOT มีข้อจำกัดในการเข้าไปพัฒนาระบบโดยตรง อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ AOT มีโอกาสเข้ามามีบทบาทในการได้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันสำหรับติดตามสัมภาระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยสามารถค้นหาและทยอยส่งคืนสัมภาระให้ผู้โดยสารได้มากกว่า 50% ภายในระยะเวลาอันสั้น
ขณะที่ AOT ได้นำประสบการณ์จากการพัฒนาระบบดังกล่าวมาต่อยอดสู่ซอฟต์แวร์สำหรับติดตามสินค้า (Cargo) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ของท่าอากาศยาน
“ขีดความสามารถ ผู้ให้บริการภาคพื้น 2 รายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้ง 2 รายเต็มที่มานานมากแล้ว โดยเฉพาะการบินไทยทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการภาคพื้นหลักแก่สายการบินของตนเอง กลุ่มพันธมิตร Star Alliance รวมถึงสายการบินอื่นๆ ตามข้อตกลงสัญญา แต่ปริมาณผู้โดยสารจริงพุ่งสูงมาก ซึ่งเกินขีดความสามารถจนเกิดปัญหาการจัดสรรกำลังคนและการบริการ AOT จึงพยายามเสนอและดันให้มี ผู้ให้บริการภาคพื้น รายที่ 3 เข้ามาเสริมระบบ เพื่อช่วยกระจายและรองรับผู้โดยสารที่ล้น capacity รวมถึงสามารถเข้าช่วยสลับทำหน้าที่แทนได้ทันทีหากเกิดปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติบริการสะดุดในอนาคต”
ทั้งนี้บริษัทจะสามารถเซ็นสัญญากับผู้ให้บริการภาคพื้นรายใหม่ (รายที่3) คือ AOTGA ได้ภายในเดือน ต.ค. 2569 ก่อนเตรียมอุปกรณ์ บุคลากร และใบอนุญาต และคาดเริ่มให้บริการ ปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไตรมาส 1/2570 ทันรองรับการให้บริการช่วงไฮซีซันอย่างแน่นอน
แนะ “ซื้อ” เป้า 75 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 75 บาท มองเป็นหุ้นเด่นกลุ่มท่องเที่ยว รับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวและเข้าสู่ช่วง High Season รวมถึง Golden Week ของจีนในเดือนตุลาคม ขณะที่แม้การท่องเที่ยวยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามและการปรับลดประกันรายได้ขั้นต่ำของธุรกิจ Duty Free แต่การควบคุมต้นทุนและการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ตั้งแต่ 20 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะรับรู้ผลเต็มไตรมาส คาดหนุนกำไรปีงบประมาณ 2570 ทำสถิติสูงสุดใหม่ เติบโต 61% ด้าน King Power เริ่มทยอยชำระหนี้ให้ AOT ช่วยคลายความกังวลด้านกระแสเงินสด ขณะที่บริษัทยังมีสถานะเงินสดสุทธิ สำหรับปัจจัยทางเทคนิค ราคาหุ้นกลับตัวจากแนวรับ Uptrend Line และยืนเหนือค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น แนวต้าน 63.25 บาท หากผ่านได้มีแนวต้านถัดไป 65.00 และ 66.75 บาท พร้อม Stoploss ที่ 60.75 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
