รีเซต

หุ้นไทยในมุม “ศรพล” เลขาธิการ กบข. คนที่8

หุ้นไทยในมุม “ศรพล” เลขาธิการ กบข. คนที่8
ทันหุ้น
15 กรกฎาคม 2569 ( 02:20 )
10

ดร.ศรพล  ตุลยะเสถียร  เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำแน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) คนที่ 8 ของไทย ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเดือนกรกฎาคมนี้ เปิดเผยในมุมมองส่วนตัวในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ถึงทิศทางการลงทุนว่า ขณะนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเห็นสัญญาณการไหลเข้าของเงินทุน ที่เริ่มกระจายตัวออกจากสินทรัพย์สหรัฐ โดยนักลงทุนเริ่มมองหา หุ้นกลุ่มมูลค่าที่มีระดับราคาน่าสนใจ และไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่มีความโดดเด่นในโซนเอเชีย ประกอบกับไทยมีสเถียรภาพการเมืองที่ดี

ทั้งนี้จุดแข็งของหุ้นไทยคือการเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง ซึ่งสอดคล้องกับ กบข. ที่มีกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นหุ้นพื้นฐานมั่นคงในกลุ่มธนาคารและพลังงานที่มีปันผลสม่ำเสมอ โดยหุ้นปันผลขนาดใหญ่ของไทยให้ผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 7-8%

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสจากปัจจัยบวกเรื่อง นโยบายภาครัฐที่ชัดเจน โดยเฉพาะการส่งเสริมผ่าน BOI ในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น พลังงานสะอาด และ Data Center ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน AI หากภาครัฐสามารถขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ได้จริง จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้ามาได้อีกมหาศาล หลังจากที่ไหลออกไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยเสี่ยงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งสงครามที่อาจยืดเยื้อและความผันผวนของราคาน้ำมันทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และความแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท ตลอดจนนโยบายและการดำเนินงานของภาครัฐ

ดร.ศรพล กล่าวถึงผลตอบพันธบัตรสหรัฐที่สูงขณะนี้ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ลดลง ส่งผลให้ Real Yield สหรัฐ พุ่งสูงในรอบ 10 ปี ที่ระดับ 2.3%  ว่า เป็นเรื่องที่กำลังติดตามอยู่ เพราะอาจจะทำให้เงินทุนมีแนวโน้มที่จะไหลกลับเข้าสู่การฝากเงินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และจะส่งผลโดยตรงทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ยิลด์พุ่งสูงอาจเกิดจากสภาพคล่องที่ขาดแคลนจากการระดมทุนจำนวนมหาศาลในตลาดสหรัฐ เช่น กรณี SpaceX มองว่าเป็นเรื่องชั่วคราว เพราะในที่สุดหลังจากเข้าตลาดแล้วก็จะมีสภาพคล่องไหลออกมา โดยเฟดยังมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าตลาดมาเล็กน้อย

ด้านความกังวลว่า Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ อาจจะดำเนินนโยบายดึงดูดเงินออกจากตลาดนั้น (QT) เนื่องจากเคยมีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการอัดฉีดเงินเข้าไปในตลาด (QE) มองว่า หลังเข้าตลาดKevin Warsh” มีท่าทีที่เปลี่ยนไปแต่ก็เป็นเรื่องที่ติดตามอยู่

ภาพรวมการบริหารกองทุนและผลตอบแทน ปัจจุบัน กบข. บริหารจัดการเงินกองทุนรวมประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนส่วนสมาชิกประมาณ 5 แสนล้านบาท และกองทุนสำรองที่บริหารให้กระทรวงการคลังเพื่อสำรองการจ่ายบำนาญอีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ถือว่าน่าพึงพอใจ โดยแผนหลักของสมาชิก (General Plan) ทำผลตอบแทนได้ประมาณ 7.2 - 7.3%

 ในส่วนของสมาชิก กบข. พบว่ามีความตื่นตัวและมีทักษะทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนด้วยตัวเอง (DIY) มากขึ้น และเห็นสัญญาณการสวิตชิ่งมายังกองทุนหุ้นไทยซึ่งปีนี้มีผลตอบแทนที่ดีมาก ทั้งนี้ กบข. ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถปรับเปลี่ยนแผนได้สูงสุด 12 ครั้งต่อปีผ่านแอพพลิเคชัน เพื่อความคล่องตัวตามสภาวะตลาดที่ผันผวน

ดร.ศรพล เน้นย้ำความสำคัญของ วินัยการออม (Discipline) โดยสนับสนุนให้สมาชิกออมเพิ่มเกินกว่าอัตราภาคบังคับ 3% โดยสามารถออมเพิ่มได้สูงสุดถึง 27% เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณในสังคมสูงวัย ซึ่งขณะนี้พบว่ามีอัตราการออมราว 4-5% นอกจากนี้ กบข. ยังมีนโยบายให้สมาชิกที่เกษียณอายุแล้วสามารถ ออมเงินต่อกับกองทุน ได้ เพื่อรับผลตอบแทนต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางการเงิน

ดร.ศรพล  เตรียมนำเสนอ แผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ใหม่ ต่อคณะกรรมการ กบข. (บอร์ด) ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนกองทุนในระยะยาว 4 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นการดูแลสมาชิกอย่าง "เข้าใจ" และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง