เปิดไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนโควิดให้นร. ม.1-6 ปวช.-ปวส. สังกัดกระทรวงศึกษาฯ

เปิดไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนโควิดให้นร. ม.1-6 ปวช.-ปวส. สังกัดกระทรวงศึกษาฯ
TNN ช่อง16
15 กันยายน 2564 ( 14:08 )
12
เปิดไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนโควิดให้นร. ม.1-6 ปวช.-ปวส. สังกัดกระทรวงศึกษาฯ

วันนี้ (15 ก.ย.64) นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้ร่วมการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจถึงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ให้กับนักเรียน นักศึกษา และการทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ประธานอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และผู้แทนโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ และมีผู้แทนจากกระทรวงต่างๆ ที่ให้บริการทางการศึกษาแก่เยาวชน เข้าร่วมรับฟังด้วย

นายสุภัทร กล่าวว่า ในเดือนตุลาคมนี้ จะมีวัคซีนเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีวัคซีนไฟเซอร์ 8 ล้านโดส และในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 นี้ ถ้าเป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วางไว้ จะมีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามาประเทศไทยอีกรวม 30 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่าสามารถฉีดให้กับเยาวชนที่อายุ 12-17 ปี 11 เดือน 29 วัน หรือ 18 ปีบริบรูณ์ได้ โดยจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 29 จังหวัดก่อน

โดยกลุ่มเป้าหมาย คือนักเรียน นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ให้ดำเนินการพร้อมกัน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้บริการวัคซีนไฟเซอร์ผ่านสถานศึกษาเป็นหลัก

ทั้งนี้ ได้ประสานไปยังกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) หากสถานศึกษามีพื้นที่จำกัด ก็จะขอให้มหาวิทยาลัยเป็นฐานในการฉีดให้กับนักเรียนด้วย


สำหรับไทม์ไลน์ในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียน มีดังนี้


วันที่ 10-17 กันยายน 2564

สถานศึกษาจัดเตรียมรายชื่อและจำนวนนักเรียน ระหว่างนี้ ศธ.และสธ.จัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมความเข้าใจการฉีดวัคซีนและการทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง


วันที่ 17-22 กันยายน 2564

โรงเรียน สถานศึกษา จัดประชุมทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลกับผู้ปกครองในการฉีดวัคซีนให้เด็ก 12-18 ปี


วันที่ 2-24 กันยายน 2564

สถานศึกษาเชิญผู้ปกครองลงนามแจ้งความประสงค์ (ยินยอม) ให้นักเรียนเข้ารับวัคซีน หาก สธ.จัดทำแบบสำรวจและใบยินยอมบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับนักเรียน/นักศึกษาเสร็จแล้ว ศธ.จะเร่งเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อให้สถานศึกษานำไปให้ผู้ปกครองกรอกต่อไป


วันที่ 25 กันยายน 2564

โรงเรียน สถานศึกษา นำส่งบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ประสงค์รับวัคซีนไฟเซอร์ แก่ ผู้อำนวยการ สพท. หรือ อศจ. แล้วนำส่ง ศธจ.


วันที่ 26 กันยายน 2564

ศธจ. , ผู้อำนวยการ สพท. ,อศจ. ,ผู้แทนหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดประชุมสรุปจำนวนและรายชื่อนักเรียนเพื่อนำส่งสาธารสุขจังหวัด


วันที่ 28-30 กันยายน 2564

สาธารสุขจังหวัดวางแผนการรับวัคซีนและกำหนดการฉีดวัคซีนรายโรงเรียน


วันที่ 1 ตุลาคม 2564

โรงเรียน สถานศึกษา รับทราบกำหนดการและจัดเตรียมสถานที่


วันที่ 4 ตุลาคม 2564

เริ่มการฉีดวัคซีนแก่นักเรียน


นายสุภัทร กล่าวว่า ในเดือนกันยายน และตุลาคม จะมีวัคซีนเพียงพอให้เด็กอายุ 12-18 ปี ที่อยู่ในระบบการศึกษาทั้งในและนอกสังกัด ศธ. ประมาณ 4.3 ล้านคน ดังนั้น วัคซีนที่ได้รับมาเพียงพอสำหรับการฉีดทั้ง 2 เข็มให้กับนักเรียน หากเด็กได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 วันช่วงสัปดาห์ที่ 1 ของเดือนตุลาคม จะสามารถฉีดเข็มที่ 2 ในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมได้ ซึ่งจะทำให้การเปิดเรียน On-Site ในภาคเรียนที่ 2 วันที่ 1 พฤศจิกายน มีความเป็นไปได้มากขึ้น

นอกจากนี้ จากข้อมูลพบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดรัฐและเอกชน ได้รับวัคซีนไปแล้ว 72% เหลือประมาณ 1.7 แสนคน ที่รอฉีดวัคซีนอยู่ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือกับกรมควบคุมโรคไปแล้ว โดยขอให้กรมควบคุมโรคจัดสรรการฉีดวัคซีนให้ครูควบคู่กับการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนไปด้วย เพื่อให้ทุกคนในโรงเรียนมีความปลอดภัย.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง