ลุกลาม! "ซิตี้แบงก์" ปิดสาขาในยูเออี-"HSBC" ปิดทั้งหมดในกาตาร์

ซิตี้แบงก์ ธนาคารยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ประกาศปิดสาขาและศูนย์การเงินส่วนใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ชั่วคราวจนถึงวันที่ 14 มีนาคม เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของธนาคารระบุว่า การปิดสาขาครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงป้องกัน หลังสถาบันการเงินในภูมิภาคเริ่มส่งพนักงานกลับไปทำงานจากที่บ้าน เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น หลังอิหร่านออกมาขู่โจมตีผลประโยชน์ทางการเงินในอ่าวอาหรับที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐและอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม สาขาของซิตี้แบงก์ที่ตั้งอยู่ในห้าง Mall of the Emirates ใจกลางนครดูไบ จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ขณะที่สาขาอื่น ๆ มีแผนจะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคม
โฆษกของซิตี้แบงก์เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ธนาคารได้ปรับรูปแบบการทำงานของพนักงานในยูเออีทั้งหมดเป็นระบบทำงานทางไกล พร้อมยืนยันว่าการให้บริการลูกค้ายังคงดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด แม้บางบริการ เช่น โทรศัพท์แบงก์กิ้ง จะมีขีดความสามารถจำกัด และการประมวลผลเช็คอาจล่าช้า
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้สั่งอพยพพนักงานออกจากอาคารสำนักงานในย่านศูนย์การเงินนานาชาติดูไบ หรือ Dubai International Financial Centre รวมถึงสำนักงานในเขต Oud Metha และให้ทำงานจากที่บ้านจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 2,000 คน และสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงานและระบบขนส่ง เนื่องจากการโจมตีของอิหร่านที่ขยายวงไปยังอิสราเอล ฐานทัพสหรัฐ และประเทศในอ่าวอาหรับ
ขณะเดียวกัน ธนาคารระดับโลกอีกแห่งอย่าง HSBC ก็ประกาศปิดสาขาทั้งหมดในกาตาร์เป็นการชั่วคราวเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า
สถานการณ์ดังกล่าวยังเริ่มกระทบต่อภาพลักษณ์ของดูไบ ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง โดยนักวิเคราะห์เริ่มกังวลว่าความไม่แน่นอนจากสงครามอาจทำให้เกิดการย้ายเงินทุน การปลดพนักงาน และการย้ายฐานธุรกิจของบริษัทต่างชาติออกจากภูมิภาคนี้ในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
