รีเซต

สรุปข่าว "เรือหลวงปืนลั่น" ทำความรู้จัก "เรือหลวงคีรีรัฐ" รับใช้ชาติมาแล้วกว่า 50 ปี

สรุปข่าว "เรือหลวงปืนลั่น" ทำความรู้จัก "เรือหลวงคีรีรัฐ" รับใช้ชาติมาแล้วกว่า 50 ปี
TNN ช่อง16
15 มีนาคม 2567 ( 16:24 )
36
สรุปข่าว "เรือหลวงปืนลั่น" ทำความรู้จัก "เรือหลวงคีรีรัฐ" รับใช้ชาติมาแล้วกว่า 50 ปี



เหตุการณ์สะเทือนวงการทหารเรือ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นบนเรือหลวงคีรีรัฐ ซึ่งเป็นเรือหลักในกำลังรบหลักของกองทัพเรือไทย โดยมีสาเหตุมาจากกระสุนปืน 76 มม. ของเรือหลวงชลบุรีลั่นใส่ท้ายเรือคีรีรัฐ ส่งผลให้เกิดไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว


จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 14 นาย ส่วนใหญ่เป็นการสำลักควันไฟ ซึ่งทางกองทัพเรือได้รีบแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมสั่งการให้เร่งรัดการให้การเยียวยารักษาผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน


วันต่อมา พล.ร.อ.ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้แถลงสาเหตุเบื้องต้นว่า กระสุนปืนได้เกิดขัดข้องและติดค้างอยู่ในลำกล้องปืนของเรือชลบุรี ระหว่างการแก้ไขปัญหา กระสุนได้ลั่นไปยังเรือคีรีรัฐอย่างไม่ตั้งใจ


ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม กองทัพเรือได้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุกระสุนปืนลั่นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างการฝึกซ้อม แต่เกิดขึ้นระหว่างการแก้ไขกระสุนที่ขัดลำกล้อง 


นอกจากนี้ พล.ร.อ.อะดุง พันธ์ุเอี่ยม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือก็ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายด้วยตนเอง พร้อมเร่งให้การเยียวยารักษาผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่


เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัย และระบบป้องกันอุบัติเหตุของกองทัพเรือ รวมถึงการดูแลเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะเป็นบทเรียนสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาระบบให้มีความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ร้ายแรงดังกล่าวในอนาคต


เหตุเพลิงไหม้เรือหลวงคีรีรัฐ จากกระสุนปืนของเรือหลวงชลบุรี ทำให้นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความประมาทเลินเล่อของกองทัพเรือ ระบุ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น จึงได้ตำหนิและสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดชอบ หากพบว่ามีการประมาทเลินเล่อก็ต้องลงโทษตามระดับความผิด แต่หากเป็นการกระทำโดยเจตนาก็ต้องลงโทษหนัก เพื่อเป็นบทเรียนและป้องกันไม่ให้เหตุร้ายแรงดังกล่าวเกิดขึ้นอีก


ทั้งนี้ นายสุทิน ระบุว่าตนเองรอรับรายงานผลสอบสวนจากกองทัพเรือโดยเร็ว ซึ่งเชื่อว่าคงไม่นานนักเพราะกองทัพเรือได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่พลทหารถูกกล่าวหาว่าซื้อชุดชั้นในมาซักให้นักศึกษาด้วย ซึ่งตนได้สั่งการให้สอบสวนเรื่องนี้เช่นกัน แม้คนที่แฉจะไม่ให้ความร่วมมือ แต่ทางกองทัพเรือก็ยังดำเนินการต่อไป คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะมีความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว







ประวัติเรือหลวงคีรีรัฐ


เรือหลวงคีรีรัฐ หมายเลขข้างลำเรือ 432 เป็นเรือรบชั้นฟริเกตขนาดกลางที่ปฏิบัติงานให้กับกองทัพเรือไทยมายาวนานกว่า 50 ปี นับตั้งแต่เข้าประจำการในปี พ.ศ. 2517 เรือลำนี้สังกัดอยู่กับกองเรือฟริเกตที่ 1 หมวดเรือที่ 1 กองเรือยุทธการ และถือเป็นหนึ่งในเรือที่มีความสามารถในการรบที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในมิติการรบทางอากาศ บนผิวน้ำ และใต้น้ำ ด้วยขีดความสามารถดังกล่าว เรือหลวงคีรีรัฐจึงถือเป็นกำลังสำคัญของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ


เรือหลวงคีรีรัฐ ถูกสั่งต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจากบริษัท Norfolk Shipbuilding & Drydock Corporation ในปี พ.ศ. 2515 หลังจากที่กองทัพเรือไทยได้สั่งต่อเรือฟริเกตลำแรกคือ เรือหลวงตาปีในปี พ.ศ. 2512 เรือลำนี้มีระวางขับน้ำเต็มที่ 1,138 ตัน จัดอยู่ในประเภทเรือฟริเกตตรวจการณ์ (Patrol Frigate) ซึ่งมีขนาดและสมรรถนะเหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจควบคุมการณ์และลาดตระเวนทางทะเล การวางกระดูกงูของเรือหลวงคีรีรัฐเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 และได้ขึ้นระวางประจำการอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2517


ด้วยบทบาทสำคัญในการเป็นเรือรบหลักของกองทัพเรือ เรือหลวงคีรีรัฐ จึงได้รับการติดตั้งอาวุธประจำกายที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ประกอบไปด้วย ปืนใหญ่เรือ OTO Melara ขนาด 76 มม. ปืนใหญ่กล Breda/Bofors ขนาด 40 มม. ปืนใหญ่กล Rheinmetall ขนาด 20 มม. ปืนกล U.S. Ordnance ขนาด 12.7 มม. แท่นปล่อยตอร์ปิโด Raytheon Mk 44 รวมถึงรางปล่อยระเบิดลึก Mk 9 สำหรับระเบิดลึก Mk 6 และ Mk 9 ด้วยประสิทธิภาพและความพร้อมรบที่ครบครัน เรือหลวงคีรีรัฐจึงคงสถานะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมาจนถึงปัจจุบัน






ภาพ : กองทัพเรือ Royal Thai Navy


ข่าวที่เกี่ยวข้อง