รีเซต

หากไทย “จอดำ” ไม่ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 เสี่ยงตกขบวนเอเชีย-อาเซียน หรือไม่

หากไทย “จอดำ” ไม่ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 เสี่ยงตกขบวนเอเชีย-อาเซียน หรือไม่
TNN ช่อง16
22 พฤษภาคม 2569 ( 10:40 )
11

ราคา 1,300 ล้านบาท และหากรวมภาษีและค่าดำเนินการอาจสูงถึง 1,700 ล้านบาท คือตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ที่ฟีฟ่าเสนอให้ประเทศไทย 

สำหรับรัฐบาลมองว่า เป็นราคาที่สูงเกินไป ประกอบกับปัจจัยเวลาแข่งขัน ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะแข่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของตลาดเอเชีย คือหลังเที่ยงคืน ถึงช่วงสายของวัน ทำให้ขายโฆษณาในอัตราพรีเมียมไม่ได้ รวมถึงผับบาร์ต่าง ๆ ที่ทำกำไรในช่วงเวลานี้ได้ลำบาก

อีกเหตุผลของรัฐบาล คือ ราคาที่สูง ไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากร เพราะบางประเทศประชากรมากกว่าไทย แต่ได้ราคาที่ต่ำกว่า

ในกรณีนี้ คือ เวียดนาม ที่มีประชากร 102 ล้านคน แต่ได้ค่าลิขสิทธิ์ 500 ล้านบาท ถือว่าน้อยกว่าไทยกว่า 2 เท่าตัว

ทั้งนี้ หากมาดูมาเลเซีย ที่ได้ลิขสิทธิ์บอลโลกไปแล้ว มีประชากร 36 ล้านคน หรือน้อยกว่าไทย 1 เท่าตัว แต่เสียค่าลิขสิทธิ์ 1,200 ล้านบาท หรือน้อยกว่าไทย 100 ล้านบาทเท่านั้น

แต่ถ้าใช้หลักประชากรเดียวกัน ยกตัวอย่างฝรั่งเศส มีประชากรราว 69 ล้านคน ใกล้เคียงกับไทย ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์บอลโลกถึง 6,200 ล้านบาท และสหราชอาณาจักร ประชากร 69.5 ล้านคน เสียค่าลิขสิทธิ์ 6,500 ล้านบาท 

สะท้อนว่า เกณฑ์การตั้งราคา ไม่ได้อยู่เพียงขนาดประชากร แต่รวมถึงขนาดของตลาด เขตเวลาแข่งขัน และแน่นอนคือ ทีมชาติประเทศนั้น ๆ เข้ารอบหรือไม่

ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนที่มีรายงานว่าซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกแล้ว คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และติมอร์เลสเต

ตอนนี้ จะเหลือ ประเทศไทย เมียนมา บรูไน และ สปป.ลาว ที่กำลังพิจารณาอยู่ 

ส่วนชาติเอเชียที่ซื้อแล้วตอนนี้ คือ ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ส่วนอินเดีย ก็กำลังพิจารณา โดยพยายามต่อรองราคาอย่างหนัก จาก 3,500 ล้านบาท เหลือ 700 ล้านบาท

ถามว่าฟีฟ่า จะยอมลดราคาหรือไม่ กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือประเทศจีน ที่ฟีฟ่ายอมลดราคาถึง 80% จาก 9,800 ล้านบาท เหลือ 2,000 ล้านบาทเท่านั้น 

โดยฝั่งจีนใช้การประท้วงเงียบ ไม่ตอบรับข้อเสนอ บีบให้เลขาธิการฟีฟ่าต้องเดินทางไปจีนด้วยตัวเอง กดดันให้ลดราคา โดยประเมินว่า สาเหตุที่ฟีฟ่ายอม นั่นเพราะหากฟีฟ่าปล่อยให้จีนจอดำ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และกระแสโจมตีจากสปอนเซอร์ระดับโลกหลายเจ้า ที่ต้องเสียโอกาสโปรโมตสู่สายตาประชากรจีน 1,400 ล้านคนนั่นเอง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง