รีเซต

เกาหลีใต้แซงอินเดีย ขึ้นแท่นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของโลก รับแรงหนุนหุ้น AI พุ่ง

เกาหลีใต้แซงอินเดีย  ขึ้นแท่นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของโลก  รับแรงหนุนหุ้น AI พุ่ง
TNN ช่อง16
2 มิถุนายน 2569 ( 16:57 )
11

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ก้าวขึ้นแซงหน้าตลาดหุ้นอินเดียกลายเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่อันดับ 6 ของโลก โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นบริษัทผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ ซึ่งรวมถึงซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ (Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ที่ต่างก็ติดอันดับหุ้นที่มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 


ข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กบ่งชี้ว่า มูลค่าตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปโดยรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้นกว่า 86% ในปี 2569 แตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มาร์เก็ตแคปของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอินเดียลดลงแตะระดับ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ


ตลาดหุ้นเกาหลีใต้บรรลุหมุดหมายล่าสุด หลังจากที่เพิ่งทำสถิติแซงหน้าตลาดหุ้นแคนาดาและประเทศอื่น ๆ ในยุโรปได้ในปีนี้ ซึ่งตอกย้ำว่านักลงทุนกำลังมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี AI และซัพพลายเออร์รายสำคัญของภาคส่วนนี้

ทั้งนี้ เกาหลีใต้และไต้หวันซึ่งต่างก็เป็นสองศูนย์กลางการผลิตชิปในเอเชีย กำลังทำให้อันดับตลาดหุ้นโลกเปลี่ยนแปลงไป สะท้อนให้เห็นว่ากระแสความนิยมของนักลงทุนมีอิทธิพลอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ AI ของทั้งสองประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ตลาดจะอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป 


นอกเหนือจากกระแสความนิยม AI แล้ว ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังได้แรงหนุนจากความพยายามของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ในการผลักดันการปฏิรูปภาคธุรกิจ โดยดัชนี KOSPI พุ่งขึ้นทะลุเป้าหมายของปธน.อีที่ระดับ 5,000 จุดไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทต่างก็คาดการณ์ว่าดัชนีน่าจะไปถึงระดับ 10,000 จุด


สวนทางกับตลาดหุ้นอินเดียที่ถูกกดดันจากการอ่อนค่าของสกุลเงินรูปี ตลอดจนเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลออกนอกตลาดมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และการขาดแคลนบริษัทที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานของ AI

นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและบดบังแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดีย ส่งผลให้กองทุนระดับโลกพากันเทขายหุ้นในตลาดหุ้นอินเดียไปแล้วประมาณ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ พร้อมทั้งกดดันดัชนีหุ้นอินเดียร่วงลงไปแล้วราว 11% และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงเป็นปีแรก หลังจากที่เติบโตต่อเนื่องมานานนับทศวรรษ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง