"TK" โชว์แกร่ง กำไรปี 62 เพิ่ม 25.8% โตสูงสุดในรอบ 7 ปี สวนทางตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ประกาศจ่ายปันผล 0.55 บาท/หุ้น

"TK" โชว์แกร่ง กำไรปี 62 เพิ่ม 25.8% โตสูงสุดในรอบ 7 ปี สวนทางตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ประกาศจ่ายปันผล 0.55 บาท/หุ้น
มติชน
2 มีนาคม 2563 ( 11:02 )
7.3K
3
"TK" โชว์แกร่ง กำไรปี 62 เพิ่ม 25.8% โตสูงสุดในรอบ 7 ปี สวนทางตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ประกาศจ่ายปันผล 0.55 บาท/หุ้น

นางสาวปฐมา พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศปีที่ผ่านมาเติบโตแบบชะลอตัว GDP ขยายตัวลดลง 2.4% จาก 4.1% ในปี 2561 ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นภาคการส่งออกที่หดตัวจากหลายสาเหตุ รวมทั้งราคาพืชผลทางการเกษตรที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงกับการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ลดลง 3.9% เหลือ 1,719,373 คัน ในปีที่ผ่านมา อีกทั้งหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 79.1% ของ GDP ในไตรมาส 3 ปี 2562 อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและควบคุมคุณภาพลูกหนี้อย่างต่อเนื่องของ TK ช่วยให้ผลการดำเนินงานในปี 2562 มีกำไรสุทธิ 504.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.8% จาก 401.1 ล้านบาท ในปี 2561 นับเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด) จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 275 ล้านบาท คิดเป็น 54.5% ของกำไรสุทธิ โดยจะปิดสมุดพักการโอนหุ้นเพื่อรับเงินปันผลในวันที่ 12 มีนาคม และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

“ในปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถมีกำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น จากการรายได้อื่น ๆ จำนวน 731.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จาก 670 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากคุณภาพลูกหนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น พร้อมทั้งการบริหารจัดการติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้รายได้อื่น ๆ เพิ่มขึ้นแล้ว ยังส่งผลบวกกับผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯ อีกด้วย ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมในปี 2562 มีจำนวน 3,086.0 ล้านบาท ลดลง 8.2% จาก 3,359.9 ล้านบาท ในปีก่อน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 13.7% จาก 2,163.8 ล้านบาท เหลือ 1,866.8 ล้านบาท จากการที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการนำ Digital Technology เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการมากขึ้น รวมทั้งมีการบริหารจัดการแหล่งต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมปี 2562 จำนวน 3,719.1 ล้านบาท ลดลง 3.9% จาก 3,871.8 ล้านบาท ส่วนรายได้เช่าซื้อ ปี 2562 จำนวน 2,966.6 ล้านบาท ลดลง 6.4% จาก 3,170.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ TK เน้นคุณภาพลูกหนี้เป็นปัจจัยหลัก ในธุรกิจภายในประเทศ เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ในขณะนี้ และจะยังคงเร่งการขยายธุรกิจไปในตลาดต่างประเทศอย่างเต็มกำลัง ตามทิศทางของบริษัทที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดดังกล่าว” นางสาวปฐมากล่าว

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ TK กล่าวเพิ่มเติมว่า ณ สิ้นปี 2562 บริษัทฯ มีลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 7,438.6 ล้านบาท ลดลง 20.6% จาก 9,372.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากนโยบายเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 9,163.3 ล้านบาท ลดลง 13.4% จาก 10,578.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และหนี้สินรวม 3,839.7 ล้านบาท ลดลง 30.2% จาก 5,500.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีผ่านมา และในไตรมาส 3 ปี 2562 ที่ผ่านมา จนถึงสิ้นปี บริษัทมีโครงการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสำหรับลูกค้าชั้นดี ที่มีการผ่อนชำระค่างวดเช่าซื้อเกินกว่าครึ่งหนึ่งของค่างวดรายเดือนที่ทำสัญญาเช่าซื้อทั้งหมด และยังมีการผ่อนชำระค่างวดอย่างสม่ำเสมอ แต่อาจมีการชำระล่าช้าจนมียอดค้างชำระบางส่วน โดยบริษัทฯ ไม่ได้ลดการตั้งสำรองของลูกค้าในกลุ่มนี้ เป็นผลให้การตั้งสำรองของบริษัท ณ สิ้นปี 2562 เป็นจำนวน 632.5 ล้านบาท บวกกับ General Reserve 1% (77.1 ล้านบาท) รวมเป็นสำรองลูกหนี้ 709.6 ล้านบาท และมีค่าเผื่อสำรองลูกหนี้สงสัยจะสูญต่อลูกหนี้รวมที่ 8.7% และ มีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนที่ 4.5% ส่งผลให้ Coverage Ratio อยู่ที่ 193.5%

นายประพล กล่าวว่า จากมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและการควบคุมคุณภาพลูกหนี้อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด รวมถึงนโยบายเร่งตัดหนี้สูญสำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่มีการชำระค่างวดไม่สม่ำเสมอ จึงคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท โดยเฉพาะในสถานการณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจที่กำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ‘โควิด-19’ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้ในขณะนี้ ซ้ำเติมจากภัยแล้งและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

นายประพล กล่าวถึงการขยายตลาดไปในต่างประเทศ ว่า บริษัทฯ มีแผนเพิ่มจำนวนสาขาให้บริการใน 3 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และสปป. ลาว ให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์ และบริการ Micro Finance คาดว่าจะมีจำนวนสาขาในต่างประเทศรวม 21 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมมองหาโอกาสในการเร่งขยายตลาดเดิมและเปิดตลาดใหม่ ๆ เมื่อมีโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง