รีเซต

นักวิทย์ชี้ "โลกร้อน" กำลังเปลี่ยนทุกพายุ ให้กลายเป็นมหันตภัย

นักวิทย์ชี้ "โลกร้อน" กำลังเปลี่ยนทุกพายุ ให้กลายเป็นมหันตภัย
TNN ช่อง16
20 กรกฎาคม 2569 ( 12:00 )
23

ฝนไม่ใช่ตัวการเพียงอย่างเดียว นักวิทยาศาสตร์เตือน "โลกร้อน" กำลังทำให้น้ำท่วมฉับพลันรุนแรงขึ้น เพราะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐเท็กซัส อะแลสกา มิสซูรี ไปจนถึงนิวยอร์ก เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่กำลังสะท้อนแนวโน้มใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์กังวล นั่นคือ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" กำลังเพิ่มโอกาสให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันเกิดบ่อยและรุนแรงกว่าเดิม ขณะที่เมืองต่าง ๆ ยังปรับตัวไม่ทันต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศอธิบายว่า เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น มหาสมุทรและพื้นผิวโลกก็อุ่นขึ้น ส่งผลให้เกิดการระเหยของน้ำมากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน อากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น เมื่อพายุหรือหย่อมความกดอากาศเคลื่อนผ่าน ความชื้นที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิประมาณ 1 องศาเซลเซียส บรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้เพิ่มขึ้นราว 7% จึงหมายความว่า เมื่อโลกอุ่นขึ้น พายุที่ก่อตัวขึ้นก็มี "เชื้อเพลิง" มากขึ้นในการผลิตฝนปริมาณมหาศาล

ตลอดเดือนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในสหรัฐฯ ทำสถิติฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะรัฐเท็กซัสที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายครั้ง มีผู้เสียชีวิตและประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่รัฐอื่น ๆ เช่น อะแลสกา มิสซูรี และนิวยอร์ก ต่างเผชิญเหตุการณ์ฝนหนักผิดปกติเช่นกัน 

แม้นักวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใดเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ยืนยันว่าภาวะโลกร้อนกำลังเพิ่มความรุนแรงและความถี่ของเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างชัดเจน

เมืองยังไม่พร้อมรับ "ภูมิอากาศใหม่"

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณฝนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย ระบบระบายน้ำที่ออกแบบจากข้อมูลสภาพอากาศในอดีต และการขยายตัวของเมืองเข้าไปในพื้นที่ลุ่มน้ำหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

หลายเมืองในสหรัฐฯ ยังคงอนุญาตให้มีการก่อสร้างในพื้นที่ที่เคยถูกจัดว่าเสี่ยงต่ำ ทั้งที่ปัจจุบันรูปแบบของฝนได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ส่งผลให้บ้านเรือน ถนน และสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายบ่อยครั้งมากขึ้น 

แม้หลายเมืองเริ่มนำแนวคิด "เมืองฟองน้ำ" (Sponge City) มาใช้ เช่น เพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนรับน้ำ พื้นผิวซึมน้ำ และพื้นที่ชะลอน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำไหลบ่า แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการปรับตัวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้น เพราะยิ่งโลกอุ่นขึ้น ปริมาณฝนสุดขั้วก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นตามไปด้วย 


นักวิทยาศาสตร์จึงย้ำว่า การรับมือกับน้ำท่วมในอนาคตจำเป็นต้องดำเนินไปพร้อมกันทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการออกแบบเมืองให้สอดรับกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

 นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น เนื่องจากอากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากกว่าเดิม ขณะที่หลายเมืองยังมีโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมรับมือกับสภาพอากาศรูปแบบใหม่ หากไม่เร่งทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับตัว ความเสียหายจากน้ำท่วมอาจทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต

ภาพ: NASA

ที่มา: theguardian.com

_____

#TNNEARTH #ภาวะโลกร้อน #น้ำท่วม #วิกฤตสภาพภูมิอากาศ #ฝนตกหนัก #ภัยธรรมชาติ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง