รีเซต

โฟลว์เลิกกวาดหันโฟกัส คัดหุ้นเป้าหมายทุนนอก

โฟลว์เลิกกวาดหันโฟกัส คัดหุ้นเป้าหมายทุนนอก
ทันหุ้น
25 กุมภาพันธ์ 2569 ( 02:20 )

นายพิริยพล  คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันหุ้นกลุ่มคุณค่า (Value) ทั่วโลกมีราคาถูกเกินไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) ซึ่งยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยหุ้นไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้น Value ที่ถูกที่สุดในรอบ 16 ปี ปัจจัยนี้ทำให้เริ่มเห็นการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายเงินทุนเข้าสู่หุ้น Value มากขึ้น

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสูงถึง 6.8% ของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อเดือนจากปกติ 2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 54,000 ล้านบาท เป็นผลมาจากความชัดเจนทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้การไหลเข้าที่เร็วและแรงนี้ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป หรือ Overbought วัดได้จากสัดส่วนหุ้นที่ Overbought เพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 33% ภายในเวลาอันสั้น

@ จุดสะสม 1,400-1,450 จุด

ปัจจุบันดัชนี SET เทรดอยู่ที่ระดับ P/E ประมาณ 16.7 เท่า ซึ่งถือว่าแตะระดับค่าเฉลี่ยหรือ "ราคาเหมาะสม" (Fair Value) ที่นักลงทุนต่างชาติมองไว้แล้ว โดยตลาดมีโอกาสเกิดหรือการปรับฐานซึ่งมองว่าโซน 1,400 - 1,450 จุด เป็นโซนที่เหมาะสมในการเริ่มสะสมหุ้น

มี 3 ปัจจัยเสี่ยงหลักที่นักลงทุนต้องติดตาม คือ สงครามการค้า จากนโยบายของทรัมป์ อาจกระทบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก แม้ในระยะสั้นอาจดูดีแต่จะมีความผันผวนสูง สถานการณ์สงครามระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน จากสถิติหากเกิดการปะทะกันจริง ดัชนี SET มักจะมีการปรับตัวลดลง เฉลี่ยประมาณ 4.5% การเมืองในประเทศ ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบและคำวินิจฉัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม

ดังนั้นเมื่อดัชนีแตะระดับราคาเหมาะสมแล้ว นักลงทุนต่างชาติจะเลิกใช้วิธี "ซื้อกวาด" และจะกลับมาโฟกัสที่ปัจจัยพื้นฐานและกำไรของบริษัทมากขึ้น ยังคงมองเป้าหมายดัชนีไว้ที่ 1,500 จุด แต่มีโอกาสไปต่อถึง 1,570 - 1,600 จุด หากปัจจัยลบต่างๆ มีความคลี่คลาย

@แนะหุ้นเด่น

กลยุทธ์การลงทุนให้เน้นหุ้นที่มีกำไรเติบโตด้วยตัวเอง หาหุ้นที่กำไรโตได้โดยไม่ต้องพึ่งพามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยในช่วงครึ่งปีแรกเลือกกลุ่มผู้นำการเติบโตจาก Data Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่จะมาแรงและเห็นผลชัดเจนในปีนี้ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แนะนำ GULF, WHAUP, GUNKUL, ADVANC, TRUE

กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ที่สามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ แนะนำ CPN, CPALL, ADVICE, COM7, AOT, CENTEL, BH, PR9 กลุ่มหุ้นปันผลสูง กระแสเงินสดแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถซื้อได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร ที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีชี้ให้เห็นว่า ผลตอบแทนของ SET กว่า 70% มาจากเงินปันผล แนะนำ SCB, KTB

อย่างไรก็ดีแม้ครึ่งปีแรกอาจจะเผชิญกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและตัวเลข GDP ของสหรัฐที่ลดลง แต่ใน ครึ่งปีหลัง คาดว่าภาคการผลิตโลกจะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มปิโตรเคมี ที่เคยซบเซาอย่างมากในปีที่ผ่านมา ให้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกยังแข็งแกร่ง พร้อมการพัฒนาสินค้าใหม่ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตรากำไร แนะนำ PTTGC, SCC, ITC

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง