รีเซต

AMATA โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 30 บาท อานิสงส์ลงทุน AI และ Data Center

AMATA โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 30 บาท อานิสงส์ลงทุน AI และ Data Center
ทันหุ้น
4 มิถุนายน 2569 ( 13:59 )

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #AMATA โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 30 บาท อานิสงส์ลงทุน AI และ Data Center 

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสการลงทุนในธุรกิจ Data Center (DC) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ซีเคียวริตี้ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 30.00 บาท จากเดิม พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” หลังมองว่าบริษัทมีความชัดเจนของรายได้สูงขึ้นจาก Backlog ที่อยู่ในระดับสูง และมีโอกาสสร้างรายได้ประจำเพิ่มขึ้นจากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในระยะยาว

AMATA มียอดขายที่ดินใหม่ในไตรมาส 1/2569 จำนวน 106 ไร่ ซึ่งทั้งหมดเป็นการขายให้กับผู้ประกอบการ Data Center โดยฝ่ายวิจัยคาดว่ายอดขายที่ดินให้กลุ่ม Data Center จะเพิ่มขึ้นจาก 116 ไร่ในปี 2568 เป็น 230 ไร่ในปี 2569 คิดเป็นสัดส่วน 19.6% ของยอดขายที่ดินใหม่ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 9.4% ในปีก่อน

แม้ว่าฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการยอดขายที่ดินทั้งปีไว้ที่ 1,172 ไร่ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 2,800 ไร่ แต่คาดว่ายอดขายจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยประเมินว่ายอดขายในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 200 ไร่ ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 866 ไร่ในช่วงครึ่งปีหลัง จาก Backlog ที่ยกมาจากปี 2568 จำนวน 300 ไร่

นอกจากนี้ นักลงทุนกลุ่ม Data Center, ห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า (EV Supply Chain), อิเล็กทรอนิกส์ และอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ยังแสดงความสนใจซื้อที่ดินรวมกันกว่า 1,000 ไร่ ขณะที่บริษัทสามารถปิดการขายที่ดินในประเทศเวียดนามได้แล้วจำนวน 187.5 ไร่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นยอดขายใหม่ในช่วงไตรมาส 2-3/2569

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AMATA มีความโดดเด่นมากขึ้นคือ Backlog ที่มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 18,000 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ซึ่งสามารถรองรับรายได้จากการขายที่ดินได้ราว 90% ของประมาณการรายได้ในช่วงปี 2569-2570

ฝ่ายวิจัยคาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,788 ไร่ในปี 2569 เพิ่มขึ้น 8.7% YoY โดยประมาณครึ่งหนึ่งของยอดโอนจะมาจากนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี และโครงการสมาร์ท ซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีราคาขายสูงถึง 10-13 ล้านบาทต่อไร่ และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงถึง 60-65%

ด้วยต้นทุนที่ดินที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดินของ AMATA จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่ 53.2-53.8% ในช่วงปี 2569-2570

นอกเหนือจากรายได้จากการขายที่ดิน ฝ่ายวิจัยยังมองว่า AMATA จะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากการให้บริการสาธารณูปโภคแก่ลูกค้า Data Center ทั้งระบบน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และน้ำรีไซเคิล โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากบริการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับ Data Center จะเพิ่มขึ้นจาก 1.9% ของรายได้รวมในปี 2568 เป็น 6.7% ภายในปี 2571

อีกหนึ่งธุรกิจที่เริ่มสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวคือธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดย AMATA เริ่มดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่ปี 2568 ผ่านโครงการโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) กำลังการผลิตเริ่มต้น 42.55 เมกะวัตต์ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า Data Center รายหนึ่ง

แม้รายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนจะยังมีสัดส่วนเพียง 0.7% ของรายได้รวมในช่วงปี 2570-2571 แต่ฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ หากประเทศไทยยังคงได้รับการลงทุน Data Center เพิ่มขึ้นในอนาคต

CGSI จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2570-2571 ขึ้น 2.3-5.2% จากการปรับสมมติฐานรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายที่ดิน ส่งผลให้ราคาเป้าหมายตามวิธี Sum-of-the-Parts (SOTP) เพิ่มขึ้นเป็น 30.00 บาท โดยอิง PER ปี 2570 ที่ 9 เท่า

ฝ่ายวิจัยมองว่า AMATA กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่จากการลงทุนด้าน Data Center และ AI Infrastructure ซึ่งจะช่วยยกระดับทั้งยอดขายที่ดิน รายได้ประจำจากสาธารณูปโภค และธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว

ปัจจัยบวกเพิ่มเติมยังรวมถึงโอกาสการพัฒนาโครงการใหม่ใน สปป.ลาว ซึ่งอาจสร้าง Upside ต่อประมาณการยอดขายที่ดินในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่ความล่าช้าในการส่งมอบที่ดินในเวียดนาม การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินต่ำกว่าคาด และความไม่แน่นอนของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

อย่างไรก็ตาม ด้วย Backlog ระดับสูง ความชัดเจนของรายได้ในช่วง 2 ปีข้างหน้า และการได้รับอานิสงส์โดยตรงจากเมกะเทรนด์ Data Center ทำให้ AMATA ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นนิคมอุตสาหกรรมที่โดดเด่นที่สุดในมุมมองของ CGSI.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง