รีเซต

รัฐบาลเล็งออกพ.ร.ก.กู้เงินเยียวยาเศรษฐกิจไม่เกิน 5 แสนล้าน

รัฐบาลเล็งออกพ.ร.ก.กู้เงินเยียวยาเศรษฐกิจไม่เกิน 5 แสนล้าน
ทันหุ้น
22 เมษายน 2569 ( 17:06 )

#ทันหุ้น ”เอกนิติ”เผย รัฐบาลเล็งออกพ.ร.ก.กู้เงินเตรียมกระสุนเยียวยาเศรษฐกิจวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ชี้ “ไม่กู้เสี่ยงกว่า” พร้อมคงวินัยการคลังภายใต้เพดานหนี้ 70% ส่วนยอดโอนงบ 69 คาดอยู่ที่ไม่เกิน 1 แสนล้านบาท ยันคนละครึ่งเริ่มใช้ภายในมิ.ย.นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเตรียมวงเงินกู้ผ่านการออกพ.ร.ก.ไว้ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อเป็นกระสุนในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ แต่จะยังคงรักษาวินัยทางการคลังให้ไม่เกินกรอบ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเราเห็นว่า ถ้าไม่กู้จะอันตรายต่อเศรษฐกิจมากกว่า 

สำหรับช่วงเวลาที่จะออกพ.ร.ก.เงินกู้นั้นนายเอกนิติ กล่าวว่า  น่าจะเป็นช่วงรอยต่อระหว่าง ปีงบประมาณ2569 และงบประมาณปี 2570 ที่อยู่ในระหว่างการจัดทำ หรือในช่วงเมษายนถึงกันยายนนี้

ทั้งนี้ พื้นที่ทางการคลังและกรอบการกู้เงิน ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะของประเทศไทยตั้งไว้ที่ 70% ของจีดีพี โดยยอดหนี้ปัจจุบัน (รวมส่วนกลาง รัฐวิสาหกิจ และกองทุนฟื้นฟูฯอยู่ที่ประมาณ 66% หากพิจารณาจากตัวเลขนี้ รัฐบาลยังมีช่องว่าง (Room) ในการกู้เงินได้อีกประมาณ 4% ของจีดีพีหรือคิดเป็นเม็ดเงินเกือบ 8 แสนล้านบาท

เขากล่าวว่า ความแตกต่างของการกู้เงินในครั้งนี้ คือการใช้จ่ายอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Spending) โดยเน้นไปที่ 2 แนวทางหลัก คือ 1.การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง SMEs และมนุษย์เงินเดือนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตค่าครองชีพ เป็นต้น และ 2.นำเงินไปใช้ในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ เช่น การส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อให้เกิดการพัฒนาในระยะยาว

“เป้าหมายคือการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว คือทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นและสร้างรากฐานในระยะยาวไปพร้อมกัน”

อย่างไรก็ดี การกู้เงินในครั้งนี้จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสงครามที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าจะมีความยืดเยื้อแค่ไหน หากจบเร็วก็ไม่ต้องกู้เงิน อย่างไรก็ดี ณ ขณะนี้เศรษฐกิจไทยที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า "หากไม่กู้เงินอาจจะอันตรายกว่า

เนื่องจากหากเศรษฐกิจไม่ได้รับการกระตุ้น จีดีพีอาจหดตัวลง ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีพุ่งสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ การกู้เงินเพื่อสร้างรายได้ให้จีดีพีขยายตัวจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในเชิงบริหารจัดการ

เขาระบุในแง่ความพร้อมของตลาดในการกู้เงินด้วยว่า ตลาดทุนของไทยมีความแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาท ทำให้สามารถออกพันธบัตรรัฐบาลได้โดยไม่มีปัญหา โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 3% นอกจากนี้ ยังมีแผนจะออก "พันธบัตร Plus" เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยร่วมระดมทุนและมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับมาตรการเยียวยาที่ประชาชนให้ความสนใจ เช่น โครงการคนละครึ่ง มีการวางแผนจะเริ่มให้ลงทะเบียนในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะเริ่มใช้เงินได้ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน โดยกำลังพิจารณารูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนจากการแจกเงินระยะสั้นเป็นการดูแลที่ต่อเนื่องตามความรุนแรงของวิกฤต

เขายังกล่าวถึงการประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเพื่อหารือกรอบงบประมาณปี 2570 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้จะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยประเมินจีดีพีปีนี้ไว้ที่ 1.4% เงินเฟ้อ 2.9% ส่วนจีดีพีปีหน้าอยู่ที่ใกล้ 2% เงินเฟ้อ 1.5% ทั้งนี้ ในส่วนของการประมาณการรายได้ในปีงบประมาณ2570 ยังอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ระดับการขาดดุลไม่เกิน 3% ต่อจีดีพี โดยที่รัฐบาลไม่มีแผนจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณนั้น คาดว่า จะอยู่ในวงเงินประมาณ 8 หมื่นล้าน ถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งประเมินจากยอดเงินที่เบิกจ่ายไม่ทันภายในเดือนเมษายนนี้ โดยเม็ดเงินก้อนนี้ จะนำมาใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่ง เป็นต้น 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง