สงครามราคาเดือด! EV จีนแผ่ว "Xpeng" ขาดทุนหนักขึ้น

Xpeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันในตลาด EV จีนยังไม่จบ หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ สะท้อนภาพการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มชะลอตัว หลังเติบโตรวดเร็วต่อเนื่องมาหลายปี
Xpeng คาดว่า รายได้รวมในไตรมาส 2 จะอยู่ระหว่าง 19,600 ล้านหยวน ถึง 20,800 ล้านหยวน หรือประมาณ 2,890 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราวร้อยละ 7.3-13.8 แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 21,710 ล้านหยวน
ตัวเลขนี้ตอกย้ำว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเผชิญโจทย์ยากมากขึ้น โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศจีนลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ในเดือนเมษายน ขณะที่การเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด มีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2026 หลังจากก่อนหน้านี้เคยเป็นหนึ่งในตลาดที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิต EV จีนยังคงพยายามหาทางฝ่าภาวะตลาดชะลอ ด้วยการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง เพิ่มฟีเจอร์ในรถให้มากขึ้น และขยายไลน์อัปรถรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่าง ท่ามกลางสงครามราคาและการแข่งขันที่เข้มข้น
สำหรับผลประกอบการไตรมาสแรก Xpeng มีรายได้ 13,030 ล้านหยวน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อยที่ 12,930 ล้านหยวน แต่ยอดส่งมอบรถยนต์อยู่ที่ 62,682 คัน ลดลงร้อยละ 33.3 จาก 94,008 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนไตรมาส 2 บริษัทคาดว่าจะส่งมอบรถยนต์ได้ระหว่าง 100,000 ถึง 106,000 คัน
ด้านผู้บริหาร Xpeng ระบุว่า หลังจากการเปิดตัวรถรุ่น GX บริษัทจะเดินหน้าเปิดตัวรถใหม่รวม 4 รุ่นภายในปีนี้ เพื่อวางตำแหน่งให้บริษัทกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตของยอดขายที่แข็งแกร่งขึ้น
แต่ด้านกำไร Xpeng ยังเผชิญแรงกดดันหนัก โดยไตรมาสแรกบริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ 1,780 ล้านหยวน ขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 664 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และพลิกจากกำไร 383.2 ล้านหยวนในไตรมาสก่อนหน้า
ภาพรวมครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ตลาด EV จีนกำลังเข้าสู่ช่วงคัดตัวจริง ผู้เล่นไม่ได้แข่งขันกันแค่ยอดขายหรือจำนวนรุ่นรถอีกต่อไป แต่ต้องพิสูจน์ทั้งความสามารถด้านเทคโนโลยี การควบคุมต้นทุน และความแข็งแกร่งทางการเงิน ท่ามกลางผู้บริโภคที่ระมัดระวังมากขึ้น และตลาดที่ไม่ได้โตแรงเหมือนเดิมแล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
