รีเซต

"เทสลา" หลงทิศ? ยอดขายยุโรปเข็นไม่ขึ้น "อีลอน มัสก์" ลุยอุตสาหกรรมอนาคต "สร้างหุ่นยนต์ - แท็กซี่ไร้คนขับ"

"เทสลา" หลงทิศ? ยอดขายยุโรปเข็นไม่ขึ้น "อีลอน มัสก์" ลุยอุตสาหกรรมอนาคต "สร้างหุ่นยนต์ - แท็กซี่ไร้คนขับ"
TNN ช่อง16
18 ธันวาคม 2568 ( 08:00 )
20

"เทสลา" หลงทิศ? ยอดขายยุโรปเข็นไม่ขึ้น "อีลอน มัสก์" หันลุยสร้างหุ่นยนต์ - แท็กซี่ไร้คนขับ


Tesla ในยุโรปดิ่งหนัก แม้กระทั่งโมเดลราคาถูกก็เข็นไม่ขึ้น กระแสต่อต้าน "อีลอน มัสก์" ยังมีผล ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดของผู้เล่นจากจีน ที่หั่นราคาและงัดเทคโนโลยีล้ำสมัยมาสู้ ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ เทสลาเดินกลยุทธ์ใหม่ด้วยแท็กซี่ไร้คนขับ ดันเป็นยุคถัดไปของเทสลา ที่จะมาพร้อมกับกองทัพหุ่นยนต์  


"อีลอน มัสก์" และภาพลักษณ์ในทางลบของตัวเขา ยังคงมีผลต่อตลาดในยุโรป ยอดขายของเทสลายังไม่กระเตื้อง ไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้อย่างหวือหวา ตามบริษัทที่คาดหวังเอาไว้ ล่าสุดรอยเตอร์สรายงานว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า "เทสลา" (Tesla) ในประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์กในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หายไปถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบปีก่อน แบ่งเป็นฝรั่งที่ลดลงถึง 58% ขายได้เพียง 1,593 คัน ส่วนเดนมาร์ก ยอดลดลง 49% ขายได้เพียง 534 คัน 


ตัวเลขที่ลดลงอย่างหนักเช่นนี้เป็นบ่งบอกว่า เทสลา ในฐานะผู้ผลิตรถอีวีรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ยังไม่สามารถพลิกฟื้นส่วนแบ่งตลาดในยุโรปหลายประเทศได้ แม้ว่าที่ผ่านมาจะเพิ่งมีการเปิดตัวรถรุ่นอัปเดตของ Model Y ซึ่งเป็นโมเดลราคาถูก เป็นรุ่นรถขายดีที่สุดของบริษัทไปแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในเดนมาร์ก ตัวของ Model Y ทำยอดขายได้เพียงแค่ 206 คัน


ย้อนกลับไปส่องตัวเลขก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม จะพบว่ามีข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) ก็ออกมาในทำนองที่สอดคล้องกัน  ACEA รายงานว่ายอดจดทะเบียนรถอีวีของเทสลาในยุโรปอยู่ 6,964 คัน หรือลดลงจากปีก่อนถึง 48.5% และเป็นการปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกันแล้วด้วย ซึ่งถือว่าสวนทางกับตลาดที่มียอดจดทะเบียนรถอีวีโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 32.9% เช่นเดียวกับส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์อีวีในยุโรปที่โดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 16.4%


เทสลากำลังเจอกับโจทย์ใหญ่ ความท้าทายสำคัญ เมื่อการแข่งขันสูงขึ้นแรงกดดันรอบด้าน และดูเหมือนว่าเทสลากำลังจะต้านไม่ไหว โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ที่ต่างจากค่ายอื่น คือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่มาจากอเมริกา ภายใต้ใบหน้าของ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งที่เจอกับกระแสต่อต้านอย่างหนักในยุโรป จากปมนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ  ที่อีลอน มัสก์ เคยเป็นหัวหอกร่วมอุดมการณ์ต้านแบรนด์ต่างชาติเข้าสู่อเมริกา และยุโรปก็ได้รับความบอบช้ำไปด้วย 


กระแสของเทสลาอยู่ในขาลงสำหรับตลาดยุโรปนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากที่อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ออกมาชื่นชมฝ่ายขวาจัดอย่างเปิดเผย จนก่อให้เกิดการประท้วงในหลายประเทศ แม้ว่ามัสก์จะลดการแสดงความเห็นทางการเมืองลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และถอนตัวจากการเป็นทีมงานของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมบอกว่าจะกลับมาลุยธุรกิจอย่างเต็มตัวโดยเฉพาะการปั้นเทสลา แต่จนถึงวันนี้เห็นชัดแล้วว่าสถานการณ์ของเทสลาในยุโรปก็ยังไม่ฟื้นตัว สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่าไปมากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยจากการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดอีวี และผู้เล่นรายสำคัญจากจีน เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดด้วยราคาที่ถูกกว่า สเปกระดับสูงกว่า  ทำให้ไลน์ผลิตภัณฑ์ของเทสลาที่ไม่ค่อยมีการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ตกอยู่ในจุดเสียเปรียบทั้งด้านราคาและเทคโนโลยีไปพร้อมกัน 


สถานการณ์นี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณากิจกรรมของมัสก์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เขามุ่งเน้นไปที่โครงการด้านหุ่นยนต์ การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และการผลักดันแพ็กเกจค่าตอบแทนระดับประวัติศาสตร์ของตนเองมากกว่าการเดินเกมธุรกิจรถยนต์ นักวิเคราะห์บางรายตั้งข้อสังเกตว่า ความทุ่มเทของมัสก์ไปสู่โปรเจกต์นอกธุรกิจรถยนต์ อาจทำให้เทสลาขาด “มือขับเคลื่อนหลัก” ในช่วงเวลาที่ผู้เล่นหน้าใหม่กำลังรุกตลาดอย่างหนัก แม้บริษัทจะพยายามดึงความสนใจกลับมาด้วยการเปิดตัว Model Y รุ่นอัปเดตช่วงต้นปี และเปิดตัวรุ่นราคาต่ำในเดือนตุลาคม รวมถึงโมเดล 3 รุ่นใหม่ แต่โมเดล 3 รุ่นใหม่ก็ยังไม่เปิดขายในยุโรป ทำให้ประสิทธิภาพในการฟื้นตลาดยังไม่เกิดผลอย่างที่บริษัทตั้งความหวังไว้



"เทสลา" ยกระดับสู่ยุค "อุตสาหกรรมหุ่นยนต์-แท็กซี่ไร้คนขับ"

 

เทสลา ในตลาดต่างประเทศยังต้องจับตากันต่อ แต่สำหรับสหรัฐฯ บ้านเกิด ได้เริ่มกลยุทธ์ใหม่ด้วยแท็กซี่ไร้คนขับ หรือ Robotaxi  ขณะที่ผู้ถือหุ้นก็ยังคงไว้ใจเชื่อมั่นอีลอน มัสก์  อนุมัติแพ็กเกจค่าตอบแทนมูลค่า 1 ล้านล้านดอลล์


 เทสลาก็กำลังเร่งเดินหน้ากลยุทธ์ใหม่ในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยอีลอน มัสก์ประกาศว่า ภายในเดือนธันวาคมปีนี้ เทสลาจะเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่ไร้คนขับหรือ Robotaxi ในเมืองออสติน เท็กซัส เป็นสองเท่า หลังเริ่มต้นทดลองให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 


ปัจจุบัน Robotaxi ของเทสลาให้บริการในสองเมือง คือ ออสตินและซานฟรานซิสโก แม้ระบบจะยังไม่อนุญาตให้รถวิ่งเต็มรูปแบบโดยไม่มีผู้ควบคุม แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยนั่งประกบด้านหน้าเพื่อเฝ้าระวังและพร้อมรับช่วงควบคุมเมื่อจำเป็น 


เทสลาคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการพาบริษัทก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายขนส่งอัตโนมัติเต็มตัว เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้รูปแบบใหม่มหาศาลในอนาคต ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ามัสก์กำลังมุ่งวางรากฐานให้เทสลาเป็นผู้นำด้านยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างแท้จริง

 

ในอีกด้านหนึ่ง เทสลากำลังได้รับแรงหนุนสำคัญจากการลงมติของผู้ถือหุ้นที่อนุมัติแพ็กเกจค่าตอบแทนมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ของอีลอน มัสก์ มูลค่ารวมสูงสุดถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นในตัวมัสก์ และยังสะท้อนมุมมองที่ว่าภายใต้การนำของเขา เทสลาจะเปลี่ยนสถานะจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่บริษัทเทคโนโลยีด้าน AI และหุ่นยนต์อย่างเต็มตัว 


เงื่อนไขการรับค่าตอบแทนดังกล่าวกำหนดเป้าหมายใหญ่ที่เทสลาต้องบรรลุภายในระยะเวลา 10 ปี โดยประกอบด้วยการส่งมอบรถยนต์ 20 ล้านคันในแต่ละปี การสร้างเครือข่าย Robotaxi จำนวน 1 ล้านคัน การจำหน่ายหุ่นยนต์ 1 ล้านตัว และการสร้างกำไรหลักให้ได้ 4 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ มูลค่าตลาดของบริษัทต้องเพิ่มขึ้นจากระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ไปจนถึง 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ 


เป้าหมายแต่ละขั้นจะทำให้มัสก์ได้รับหุ้นเพิ่ม 1% หากบรรลุครบทั้ง 12 ขั้น เขาจะได้รับหุ้นรวม 12% คิดเป็นมูลค่ารวมราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ ด้านมัสก์ระบุว่า สำหรับตัวเขาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่มูลค่าตัวเงิน แต่คือ “สิทธิออกเสียง” ที่จะทำให้เขามีอำนาจเพียงพอในการผลักดันวิสัยทัศน์ “กองทัพหุ่นยนต์” ที่เขามองว่าเป็นยุคถัดไปของเทสลา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง