OpenAI ซุ่มพัฒนาโซเชียลมีเดียไร้บอท ใช้ไบโอเมริกยืนยันตัวตน

OpenAI บริษัทสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ เจ้าของแชทบอทดังอย่าง ChatGPT ตกเป็นข่าวว่ากำลังซุ่มพัฒนาโซเชียลมีเดียอย่างเงียบ ๆ และกำลังพิจารณาใช้การตรวจสอบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (biometric) เช่น เซ็นเซอร์สแกนดวงตาของ World หรือสแกนใบหน้า (Face ID) เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่บอททำงานอยู่เบื้องหลัง
เว็บไซต์ฟอร์บส์ (Forbes) เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่สงวนการเปิดเผยชื่อและใกล้ชิดกับโครงการนี้ โดยอ้างว่าโซเชียลมีเดียของ OpenAI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา มีทีมงานประมาณ 10 คน อีกทั้งวางแผนให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์จริง ๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของแพลตฟอร์มนี้
โดยจะกำหนดให้ผู้ใช้แสดง "หลักฐานยืนยันตัวตน" ผ่านการสแกนใบหน้า (Face ID) หรือสแกนดวงตาผ่าน World Orb หรืออุปกรณ์ทรงกลมที่สามารถใช้สแกนม่านตาของบุคคลมาสร้างรหัสประจำตัวที่ไม่ซ้ำกันและตรวจสอบได้ ซึ่งผลิตโดยบริษัทที่ก่อตั้งโดย แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือการพัฒนาโซเชียลมีเดียของ OpenAI ได้เกิดมาแล้วสักระยะหนึ่ง แต่ยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวแต่อย่างใด ขณะที่ OpenAI เองก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกับสื่อ The Verge เมื่อเดือนเมษายนปี 2025 ว่า OpenAI กำลังพัฒนาเครือข่ายสังคมออนไลน์อยู่หรือไม่
บอทคือปัญหาใหญ่ ในโลกออนไลน์
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ประสบปัญหาจากบัญชีบอท ซึ่งมักเลียนแบบการมีส่วนร่วมของมนุษย์เพื่อทำสิ่งต่างๆ เช่น ปั่นราคาคริปโตเคอร์เรนซี หรือบิดเบือนความคิดเห็นสาธารณะต่าง ๆ
โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ (Twitter) บอทเป็นปัญหาใหญ่มาโดยตลอด และปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากเมื่ออีลอน มัสก์เข้าซื้อกิจการ ทำการเปลี่ยนชื่อเป็นเอ็กซ์ (X) และมีการปลดพนักงานประมาณ 80% รวมถึงยุบทีมรักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโพสต์และขับไล่บอทออกจากแพลตฟอร์มด้วย
แม้ว่ามัสก์ประกาศสงครามกับบอทก่อนที่จะเข้าซื้อทวิตเตอร์ และในปี 2025 บริษัทได้ลบบัญชีบอทประมาณ 1.7 ล้านบัญชี เพื่อลดสแปมตอบกลับ แต่บอทก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ตามเดิม
ด้านเว็บไซต์ Gizmodo ระบุว่า อัลท์แมนเอง ก็ใช้งานแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เป็นประจำตั้งแต่ปี 2008 พยายามแก้ไขปัญหาบอทเป็นครั้งแรกในปี 2019 ด้วยการร่วมก่อตั้ง Tools for Humanity บริษัทที่อยู่เบื้องหลังแอป World ซึ่งเดิมชื่อ Worldcoin มีเป้าหมายที่จะสร้างรหัสประจำตัวทั่วโลกและสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้ได้เฉพาะกับมนุษย์ที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น
หลังจากนั้น โครงการนี้ได้พัฒนาไปเป็น "ซูเปอร์แอป" ที่ชื่อ World มีฟีเจอร์การส่งข้อความและการชำระเงิน แต่การยืนยันตัวตนนั้นจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ Orb สแกนม่านตาเพื่อรับรหัสประจำตัวดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกัน จัดเก็บไว้ในโทรศัพท์ส่วนตัว ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว สิ่งนี้สามารถช่วยกรองบอท AI ที่น่ารำคาญออกจากการเล่นเกม แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่ธุรกรรมทางการเงิน เช่น การขายตั๋วคอนเสิร์ตได้
แม้ว่าหลายประเทศจะสั่งห้ามหรือสั่งสอบสวนการเก็บบันทึกข้อมูลด้วยการสแกนม่านตา เพราะกังวลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล แต่ปัจจุบันมีผู้ได้รับยืนยันตัวตนไปแล้วกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ถึง 1,000 ล้านคน
ความสำเร็จในอดีต ไม่ได้การันตีอนาคต
OpenAI เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีประวัติที่แข็งแกร่งมากในการสร้างแอปให้มีความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค อย่าง ChatGPT เรียกได้ว่าเป็นคีย์แมนสำคัญที่นำ AI มาสู่กระแสหลัก มีผู้ใช้ 100 ล้านคนภายใน 2 เดือนหลังเปิดตัว และปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 800 ล้านคน
หรือจะเป็นแอปวิดีโอที่สร้างจาก AI อย่าง Sora ก็มียอดดาวน์โหลด 1 ล้านครั้งในเวลาไม่ถึง 5 วัน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วกว่า ChatGPT ซะอีก
ถึงจะมีประวัติสวยหรู แต่ OpenAI ก็อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ยากลำบาก หากตัดสินใจที่จะเปิดตัวโซเชียลมีเดีย เพราะต้องแข่งขันกับเจ้าอื่น ๆ ที่ครองตลาดและยังได้รับความนิยมอยู่ เช่นเฟซบุ๊ก (Facebook), วอทส์แอป (WhatsApp) หรืออินสตาแกรม (Instagram) ที่เมตา (Meta) บริษัทแม่ของทั้งสามแพลตฟอร์ม เพิ่งรายงานเมื่อเดือนกันยายน 2025 ว่า มีผู้ใช้งานรายวันรวมกันประมาณ 3,500 ล้านคน
แหล่งข่าวบอกกับว่าฟอร์บส์ (Forbes) อีกว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ OpenAI นี้ จะอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างและแบ่งปันเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้ เช่น รูปภาพและวิดีโอ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะแพลตฟอร์มเจ้าอื่นที่กล่าวไป ก็อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างและแบ่งปันเนื้อหาที่สร้างโดย AI ด้วยเหมือนกัน
การเพิ่มระบบไบโอเมตริก (biometric) หรือข้อมูลทางชีวภาพ เพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่บอทที่ทำงานอยู่บ้าน กลายเป็นจุดเด่นและจุดขายสำคัญ เมื่อถึงวันที่เขาต้องโยนโซเชียลมีเดียลงในตลาดที่ร้อนแรง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
