“ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี” ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ

วันที่ 3 เมษายน สำนักข่าว CNBC รายงานมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะบริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานในประเทศจีน เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งต่างเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการขึ้นภาษีนำเข้าอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ โรบิน ลิสส์ (Robin Liss) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทซูวี (Suvie) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ซูวีเป็นผู้ผลิตเครื่องครัวอัจฉริยะที่สามารถทำอาหารเย็นได้ภายในไม่กี่นาที โดยอุปกรณ์ของบริษัทผลิตในประเทศจีน และประกอบจากชิ้นส่วนมากกว่า 500 รายการที่จัดหาจากทั่วประเทศ
หลังอัตราภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นจากเดิม 3% เป็น 23% ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นางลิสส์เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังแบกรับภาระต้นทุนเองโดยไม่ส่งผ่านไปยังผู้บริโภค และเร่งหาทางย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นในเอเชีย เช่น ไต้หวันและเวียดนาม
บริษัทซูวีมีพนักงานราว 20 คนในสหรัฐฯ และสามารถหลีกเลี่ยงการเลิกจ้างพนักงานได้จากการเติบโตของยอดขายกว่า 80% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีรายได้ระหว่าง 20 ล้านถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 720 ล้านบาทถึง 1,080 ล้านบาท
บริษัทในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
ดีนา กาซาเรียน (Deena Ghazarian) ผู้ก่อตั้งบริษัทออสเทียร์ (Austere) ในรัฐโอเรกอน เปิดเผยว่าภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนธุรกิจของเธอเพิ่มสูงจนเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต บริษัทผลิตสายเคเบิลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่วนหนึ่งยังคงผลิตในจีน และชิ้นส่วนมากถึง 50% ใช้การประกอบนำเข้าจากจีน
ก่อนหน้านี้แม้พยายามย้ายการผลิตไปยังไต้หวัน เวียดนาม และเม็กซิโก แต่อุปสรรคจากนโยบายศุลกากรทำให้การดำเนินการหยุดชะงัก แม้บริษัทได้เริ่มกักตุนสินค้าไว้ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวน แต่ต้องแลกกับการลดงบด้านบุคลากรและการตลาด
ส่งผลกระทบผู้บริโภคแบกรับภาระต้นทุน
ผลกระทบจากมาตรการภาษีไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ผลิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน โดยนายเจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ยอมรับว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอตัวจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และภาษีอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
รายงานจากศูนย์วิจัยนโยบาย Yale Budget Lab ประมาณการว่าครัวเรือนอเมริกันโดยเฉลี่ยอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1,600 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี หรือประมาณ 57,000 ถึง 72,000 บาท จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับภาษีศุลกากร โดยคาดว่าผู้บริโภคอาจเริ่มเห็นราคาสินค้าเกษตร เช่น สตรอว์เบอร์รี่และอะโวคาโด เพิ่มสูงขึ้นในเร็ว ๆ นี้
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เผชิญภาวะยากลำบาก
โดยข้อมูลจากสมาคมเทคโนโลยีผู้บริโภค (CTA) ระบุว่า ภาษีศุลกากรอาจทำให้ราคาคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปและแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นถึง 68% สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 37% และคอนโซลวิดีโอเกมเพิ่มขึ้นถึง 58% โดยรวมแล้วจะส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงระหว่าง 90,000 ล้านถึง 143,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.2 ล้านล้านถึง 5.2 ล้านล้านบาท ต่อปี
แนวทางการย้ายฐานผลิตไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย
แม้บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งได้เริ่มย้ายฐานผลิตจากจีนไปยังประเทศอื่น เช่น ไต้หวัน ไทย และอินเดีย แต่ตลาดเหล่านี้มีข้อจำกัดในด้านซัพพลายเชนและแรงงาน นายเทอร์รี อาร์บอห์ (Terry Arbaugh) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ SEACOMP กล่าวว่าการผลิตต้นทุนต่ำในสหรัฐฯ ยังคงไม่คุ้มทุนสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท ในขณะเดียวกัน บริษัทซูวียังคงสำรวจทางเลือกในเอเชียต่อไป โดยนางลิสส์เตรียมเดินทางกลับไต้หวันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และมีแผนเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อหาฐานการผลิตใหม่