สาวไกด์ช้ำ! ลงเรียนภาษาเพิ่ม ถูกตีตรา 'นักศึกษา' ชวดเยียวยาโควิด 5 พัน

สาวไกด์ช้ำ! ลงเรียนภาษาเพิ่ม ถูกตีตรา 'นักศึกษา' ชวดเยียวยาโควิด 5 พัน
มติชน
12 เมษายน 2563 ( 11:32 )
173
1
สาวไกด์ช้ำ! ลงเรียนภาษาเพิ่ม ถูกตีตรา 'นักศึกษา' ชวดเยียวยาโควิด 5 พัน

สาวไกดช้ำ! ลงเรียนภาษาเพิ่ม ถูกคลังตีความว่าเป็น ‘นักศึกษา’ ชวดเยียวยาโควิด 5 พัน วอนรัฐคัดกรอง โดยดูข้อเท็จจริง

เยียวยา 5,000 บาท – จากกรณีที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังออกมาตรการเยียวยาผู้ได้ลงรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดการติดเชื้อโควิด-19 จนนำมาสู่การเคอร์ฟิว โดยให้ไปลงทะเบียนที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา ซึ่งยอดผู้ลงทะเบียนล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 อยู่ที่ 26 ล้านคน

ขณะที่ยอดผู้ลงทะเบียนขอยกเลิก 6.1 แสนคน และล่าสุดเมื่อวันที่ 8-10 เมษายน กระทรวงการคลังเริ่มคัดกรองรอบแรก โดยพบว่ามีผู้ผ่านคุณสมบัติในรอบแรกทั้งหมด 1.6 ล้านคน แต่สามารถโอนเงินให้ได้แค่ 1.4 ล้านคนเนื่องจากอีก 2 แสนคนให้ข้อมูลเลขที่บัญชีไม่ตรงกับชื่อสกุลที่ลงทะเบียน เช่น อาจเกิดจากนำบัญชีของคนอื่นมากรอกแทน เพราะตัวเองไม่มีบัญชีธนาคาร หรืออาจเกิดจากข้อมูลเลขที่บัญชีคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง เป็นต้นนั้น

เมื่อวันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังจะเริ่มแจ้งผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์ รวมถึงกลุ่มสีเทาที่ต้องเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมาเป็นวันแรก

ล่าสุดวันนี้สมาชิกเฟซบุ๊กบัญชี “Neananok Paikaew” ได้โพสต์ท้วงติงระบบการคัดกรองของกระทรวงการคลัง ที่แจ้งว่าตนไม่เข้าเงื่อนไขผู้ได้รับผลกระทบโควิด ทั้งที่ตนเป็นไกด์มา 7 ปี ไม่มีรายได้มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เรียนจบปริญญาตรี 2 ใบ และปริญญาโท 1 ใบมานานแล้ว แต่เพราะต้องการความรู้ด้านภาษาเพิ่มเลยไปลงเรียนปริญญาตรีอีกใบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทางกระทรวงการคลังก็ตีความเลยว่าเป็นนักศึกษาที่ไม่อยู่ในข่ายต้องได้รับการเยียวยา 5,000 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

“เจ็บปวดแท้ เป็นไกด์​/ผู้นำทัวร์​มา7ปี​ พาลูกค้าไปเที่ยวรอบโลกมาแล้วไม่รู้กี่รอบ​ มีบัตรมัคคุเทศก์​ถูกต้อง​ และใช่.. เราก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับกระทบตกงานเพราะโควิด19​ ไม่มีรายได้เลยแม้แต่บาทเดียวตั้งแต่​กลางเดือนกพ.ที่ผ่านมา​ และอาจจะไม่มีงานทำอีกเลยจนสิ้นปี

ระบบเยียวยาของรัฐตีว่าเราเป็นนศ.เพราะว่าเราลงทะเบียน​เรียนภาษาเพิ่มเป็นปริญญาตรี​ใบที่3 (หลังจากจบตรี2ใบ​ โท1ใบมานานแล้ว)​ ที่รามคำแหง​ทั้งที่อายุก็เลยวัยนศ.มานานแล้ว

ตกลงว่าเราผิดเองที่หาเรื่องเรียนหนังสือเพิ่มงั้นหรอถึงไม่ควรได้รับการเยียวยา”

เจ้าของเฟซบุ๊กบัญชีดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ว่า จบปริญญาตรี 2 ใบ ปริญญาโท 1 ใบ และไปลงเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง​(ภาษาฝรั่งเศส)​เพิ่ม​ แต่ไม่มีเวลาไปสอบเลย ไม่ได้ไปลงทะเบียน​เรียนมา 1 ปี แล้ว ทั้งนี้ทำงานไกด์​มา 7 ปี แต่นับแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด รายได้เป็นศูนย์ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา อยากให้รัฐบาลทบทวนการคัดกรองใหม่ เพราะเป็นผู้ได้รับกระทบขาดรายได้จริงๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง