หมดยุคพึ่งพาจีน! อาหารเกาหลีผงาดในสหรัฐฯ

ความต้องการอาหารเกาหลีในตลาดโลกกำลังขยายตัวต่อเนื่อง และหนึ่งในนั้นคือ กิม หรือสาหร่ายแผ่นอบแห้ง ซึ่งเป็นอาหารประจำบ้านของครัวเรือนเกาหลีใต้มายาวนาน แต่เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น ก็เริ่มส่งผลต่อราคาในประเทศ ให้ปรับตัวสูงขึ้น และสร้างความกังวลต่อคนรักสาหร่ายทั่วประเทศ
บีบีซี รายงานว่า เกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตและส่งออกสาหร่ายรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยส่งสินค้าสาหร่ายไปยังตลาดทั่วเอเชีย, อเมริกาเหนือ และยุโรป ทำให้บางคนถึงขนาด เปรียบเทียบว่าเป็น เซมิคอนดักเตอร์สีดำ ของเกาหลีใต้ กันเลยทีเดียว
โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการส่งออกสาหร่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 ที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกสาหร่ายแห้งของเกาหลีใต้ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่มูลค่า 1,130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลของสถาบันวิจัยการเดินเรือเกาหลี (Korea Maritime Institute – KMI)
เมื่อความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ราคาก็ขยับสูงขึ้นตามไปด้วย จากในอดีต ที่ถือว่าเป็นของกินเล่น และวัตถุดิบอาหารที่มีราคาย่อมเยา โดยปี 2024 ราคาสาหร่าย อยู่ที่ประมาณแผ่นละ 100 วอน และมักจะขายเป็นชุด 10 แผ่นขึ้นไป แต่เมื่อเดือนที่แล้ว ราคาสาหร่ายแห้ง พุ่งทะลุ 150 วอนต่อแผน ถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในประเทศ และหากเป็นเกรดพรีเมียมบางชนิด ราคาตอนนี้สูงถึง 350 วอนต่อแผ่น
รายงานดังกล่าว ระบุว่า ความนิยม สาหร่ายแผนอบแห้งทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้าเกาหลีที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยแรงหนุนจากอิทธิพลทางวัฒนธรรมอย่าง เค ป๊อป และซีรีส์เกาหลี เมื่อผู้ชมทั่วโลกมีส่วนร่วมกับสื่อบันเทิงเหล่านี้มากขึ้น ความสนใจในอาหารเกาหลีก็เพิ่มตามไปด้วย
และภาคธุรกิจทั่วโลกต่างก็มองเห็นโอกาสทางการตลาดจากกระแสดังกล่าว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือในปี 2023 ซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐฯ Trader Joe’s ได้เปิดตัว ข้าวห่อสาหร่าย หรือ กิมบับ จนกลายเป็นไวรัล และสินค้าถูกกวาดเกลี้ยงบนชั้นวางทั่วประเทศในเวลาไม่นานนัก
ด้าน Kim Namin ผู้บริหารโรงงานแปรรูปสาหร่ายปรุงรส ให้ข้อมูลว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สินค้าส่วนใหญ่ของโรงงานจะถูกส่งออกไปต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้กำลังพิจารณาขยายกิจการเพิ่มเติม
ขณะที่ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ราคาสาหร่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเงินเฟ้อโดยรวม ต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น และการลดลงของการผลิตในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่าย เห็นตรงกันด้วยว่า ความต้องการจากตลาดโลกเพิ่มขึ้น เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาปัญหาความไม่พอใจของผู้บริโภคในประเทศ บริษัทเอกชนจึงร่วมกับรัฐบาล ในการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุน และติดตามเสถียรภาพของราคาอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ร้านอาหารเกาหลี ก็กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
รายงานจากกระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ ร่วมกับองค์การ การค้าเกษตรและประมงเกาหลี พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักของร้านอาหารเกาหลีในเวทีโลก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยพบว่า ตลาดสหรัฐฯ กำลังขยายตัวอย่างโดดเด่น เห็นได้จากตัวเลข ณ สิ้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มีจำนวนร้านอาหารเกาหลีในสหรัฐฯ มากกว่า 1,100 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว (109%) จากปี 2020 ที่มีจำนวนเพียง 528 แห่ง สวนทางกับตลาดจีน ที่ล่าสุดมีจำนวน 830 แห่ง ลดลงจากเมื่อ 5 ปีก่อน ที่มีจำนวน 1,368 แห่ง ลดลงร้อยละ 39.3
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้ สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดหลักของร้านอาหารเกาหลีในเวทีโลก โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 24 ของตลาดโลก และสัดส่วนในตลาดจีนลดลงเหลือร้อยละ 18
เจ้าหน้าที่รัฐ ให้ข้อมูลว่า การชะลอตัวในจีนเกิดจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จนทำให้บริษัทอาหารเกาหลีบางรายชะลอ หรือยุติการขยายธุรกิจในตลาดดังกล่าว
แต่ขณะเดียวกัน การเติบโตของตลาดอาหารเกาหลีในสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทเกาหลี ได้ยุติการมุ่งเน้นเติบโตเชิงปริมาณ และหันมาให้ความสำคัญกับ การเติบโตเชิงคุณภาพมากขึ้น หลังจากอาหารเกาหลีบางประเทศ เช่น ไก่ทอด และเบเกอรี ได้รับความนิยมสูงสุด และได้ขยายออกไปในตลาดโลกอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ โคเรีย ไทมส์ รายงานด้วยว่า แบรนด์ที่เคลื่อนไหวอย่างคึกคักที่สุดในตลาดสหรัฐฯ คือร้านไก่ทอด เช่น Genesis BBQ เจ้าของแบรนด์ร้านไก่ทอด BBQ Chicken และอีกรายคือ Bonchon Chicken ส่วนร้านเบเกอรีและคาเฟ่ เช่น Paris Baguette ของกลุ่ม SPC และ Tous Les Jours ของ CJ Foodville โดยอาหารทั้งสองหมวดหมู่ดังกล่าว ได้รับความนิยมในระดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน และครองตลาด K-food ทั่วโลก รวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 64 ของร้านอาหารเกาหลีทั้งหมด แบ่งเป็น ร้านไก่ทอดจำนวน 1,809 แห่ง และร้านเบเกอรี 1,182 แห่งทั่วโลก
จากปัจจุบัน ร้านอาหารเกาหลีทั้งหมด รวม 4,644 แห่งใน 56 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ที่มีร้าน 3,722 แห่งใน 48 ประเทศ
นอกจากสหรัฐฯ และจีน แล้ว ประเทศที่มีจำนวนร้านอาหารเกาหลีมากที่สุด ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย ไต้หวัน มาเลเซีย แคนาดา อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ตามลำดับ หากไม่รวมจีน ทุกประเทศดังกล่าวมีจำนวนร้านเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2020
ส่วนหมวดอาหารอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศรองลงมา เช่น อาหารเกาหลีดั้งเดิม พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ อาหารสตรีทฟู้ด กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
