รีเซต

นาโตส่อล่มสลาย ?​ “สงครามอิหร่าน” เขย่าสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรป

นาโตส่อล่มสลาย ?​ “สงครามอิหร่าน” เขย่าสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรป
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 18:19 )
12

สงครามอิหร่านที่เปิดฉากโดยไม่มีใครคาดคิด กำลังเขย่าโลก ไม่ใช่แค่ราคาพลังงานที่พุ่ง แต่ยังทำให้พันธมิตรตะวันตกที่ค้ำจุนโลกมายาวนานกว่า 70 ปี ต้องสั่นคลอน 


เมื่อรอยร้าวชาติพันธมิตรนาโตเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจุดยืนสหรัฐฯ และชาติยุโรปอยู่คนละด้าน ความเชื่อมั่นต่อกันลดลง จนนำไปสู่คำถามที่ว่า หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกสลายกลุ่มพันธมิตรด้านกลาโหมที่แข็งแกร่งสุดของโลก


สหรัฐฯ-ยุโรป สัมพันธ์สั่นคลอน


“สงครามอิหร่าน” ไม่ได้เพียงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดวิกฤตพลังงานโลกเท่านั้น แต่มันกำลังสะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ที่ร้าวลึกชัดเจนของกลุ่มชาติพันธมิตรที่มีอยู่ยาวนานกว่า 70 ปี 


บทความ NATO’s structural collapse – the outcome of deviation from reality จาก Global Times สำนักข่าวของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า วิกฤตของนาโตในปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นฉับพลัน แต่เป็นผลจากการเสื่อมถอยเชิงโครงสร้าง ที่ค่อย ๆ สะสมมานานหลายทศวรรษ รวมถึงความล้มเหลวในการปรับตัวให้ทันกับโลกแบบหลายขั้วอำนาจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


เดิมทีกรอบความคิดดั้งเดิมของนาโต มองว่า สหภาพโซเวียตเป็นภัยคุกคามชัดเจน ยุโรปตะวันตกต้องการการคุ้มครองจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯ เองก็ต้องการความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ในทวีปยุโรป


เมื่อภัยคุกคามนั้นชัดเจนและร่วมกัน แต่ละประเทศจึงสามารถยึดโยงผลประโยชน์ที่แตกต่างให้เป็นหนึ่งเดียวได้ โดยมีมาตรา 5 ที่ยึดโยงร่วมกัน คือ ถ้าประเทศสมาชิกหนึ่งถูกโจมตีด้วยอาวุธ จะถือว่าเป็นการโจมตีต่อสมาชิกทั้งหมด


แต่เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย ภัยคุกคามนั้นจึงหายไป แต่นาโตยังคงอยู่ ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่หลายขั้วอำนาจ นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเห็นที่ไม่ตรงกัน 


เพราะในขณะที่ สหรัฐฯ พยายามขยายบทบาทของนาโตไปสู่เวทีโลก แต่ยุโรปกลับต้องการ จำกัดบทบาทให้ยังคงเป็นพันธมิตรเพื่อการป้องกันเท่านั้น จากพันธมิตรที่เคยมีเป้าหมายเดียวกัน จึงเริ่มมีเป้าหมายที่ต่างกัน


“สงครามอิหร่าน” จุดแตกหักนาโต ?


28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สร้างความตกใจไปทั่วโลก เพราะปฏิบัติการครั้งนั้น คร่าชีวิตแม้กระทั่งผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จนเป็นเหตุให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลุกลามกลายเป็นวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ของโลก


การโจมตีครั้งนั้น แทบไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลย แม้แต่พันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ อย่าง นาโต ก็ไม่ได้รับการแจ้งเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการปรึกษาหารือ ไม่มีการขอความเห็น และไม่มีการขอความเห็นชอบ พูดง่าย ๆ คือ พันธมิตรนาโต รู้ข่าวพร้อมกับคนทั้งโลก


แม้จะเปิดฉากโดยไม่ปรึกษาใคร แต่หลังจากนั้นไม่นาน สหรัฐฯ กลับต้องการการสนับสนุนจากพันธมิตร ทั้งในด้านการทหาร ฐานทัพ และการคุ้มกันเส้นทางพลังงาน 


แต่คำตอบที่ สหรัฐฯ ได้รับจากประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ คือ “การปฏิเสธ” หลายประเทศในยุโรปเลือกไม่เข้าร่วม บาง

ประเทศถึงขั้นจำกัดการใช้ฐานทัพ หรือปฏิเสธการสนับสนุนทางทหารโดยตรง 


หลังจากนั้น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า จะถอนตัวออกจากนาโต และตั้งคำถามว่า สหรัฐควรปกป้องยุโรปต่อไปหรือไม่ หากยุโรปไม่ช่วยสหรัฐในสงครามของตน ? และชี้ว่า สหรัฐฯ พร้อมช่วยพวกเขาเสมอ แต่พวก

เขาไม่ช่วยเรา


ขณะที่ ยุโรป มองว่า สหรัฐฯ จะขอให้ใครเข้าร่วมสงครามที่ไม่ได้ถาม ไม่ได้ปรึกษา และไม่ได้รับความเห็นชอบจากใครได้อย่างไร ? นาโต ในมุมของยุโรป คือพันธมิตร เพื่อการป้องกัน ไม่ใช่พันธมิตรเพื่อเข้าร่วมสงครามของสหรัฐในภูมิภาคอื่น และย้ำว่า ยุโรปเคยยืนข้างสหรัฐฯ มาแล้ว หลังเหตุการณ์ 9/11 ในสงครามอัฟกานิสถาน คำกล่าวที่ว่า นาโตไม่เคยช่วยสหรัฐฯ เลย จึงถูกมองว่า ไม่ยุติธรรม


ชาร์ลส์ คุปชาน นักวิชาการอาวุโส CFR และศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวกับสำนักข่าว Reuters ว่า ทรัมป์เคยแสดงความไม่พอใจต่อพันธมิตรมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ใช่แค่นาโต แต่รวมถึงพันธมิตรที่สหรัฐฯ มีอยู่ในยุโรปและเอเชียตะวันออกด้วย 


“ผมคิดว่า เขา (ทรัมป์) รู้สึกว่า พันธมิตรใช้สหรัฐฯ ฟรี พึ่งพาสหรัฐฯ มากเกินไปโดยไม่จ่ายค่าใช้จ่ายของตัวเองในการป้องกันประเทศ พวกเขาใช้ประโยชน์จากความพร้อมของสหรัฐฯ ที่ทุ่มงบประมาณด้านกลาโหมและสร้างร่มคุ้มกันด้านความมั่นคงให้ ดังนั้น แนวคิดนี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่เห็นได้ต่อเนื่องในคำพูดของทรัมป์” คุปชาน กล่าว 


คุปชาน กล่าวต่อไปว่า ในอีกด้านหนึ่ง เขาคิดว่า ทรัมป์กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีในอิหร่าน สงครามยืดเยื้อนานกว่าที่ทรัมป์คาด และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่คิด ทรัมป์จึงรู้สึกหงุดหงิดว่า ทำไมพันธมิตรในเอเชียและยุโรป ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่าสหรัฐฯ ถึงไม่ออกมาร่วมมือ ? ทำไมนาโตไม่เข้าร่วมในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ?


“ผมคิดว่าคำพูดล่าสุดของเขา เป็นผลจากความไม่พอใจที่พันธมิตรไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในสงครามอิหร่านครั้งนี้” นัก

วิชาการอาวุโส CFR กล่าว 

อเมริกาก่อ แต่ยุโรปต้องรับกรรมจากสงครามด้วย 


แม้ยุโรปจะปฏิเสธสงคราม แต่หนีผลกระทบไม่พ้น ช่องแคบฮอร์มุซปิด ราคาพลังงานพุ่ง เศรษฐกิจยุโรปที่เปราะบางอยู่แล้วกำลังถูกซ้ำเติม นี่คือราคาที่ยุโรปต้องจ่ายอยู่ดี และยิ่งตอกย้ำว่า ยุโรปไม่สามารถพึ่งสหรัฐฯ ได้อีกต่อไปในระยะยาว


ผลสำรวจจาก International Institute for Strategic Studies เดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า ความเชื่อมั่นของชาวยุโรปที่มีต่อสหรัฐฯ ลดลงถึง 47% เมื่อเทียบกับปี 2024 มีเพียง 16% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้น ที่มองว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ขณะที่  72% สนับสนุนให้ลดการพึ่งพาต่อสหรัฐฯ น้อยลง


ราคาน้ำมันและก๊าซเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 60% ในบางพื้นที่ยุโรป และบางประเทศกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรง 


ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งและการค้า ระบุว่า แม้ช่องทางเดินเรือจะกลับมาเปิดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกจะยังคงยืดเยื้อต่อไปอีกนาน 


นอกจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น กำลังคุกคามเศรษฐกิจยุโรปที่เปราะบางอยู่แล้ว และอาจนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลสายกลางที่อ่อนแอ ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลว่า หากรัฐบาลอิหร่านล่มสลาย อาจเกิดคลื่นผู้อพยพครั้งใหญ่เข้าสู่ยุโรปอีกระลอก รวมถึงความเสี่ยงจากการก่อการร้ายก็จะสูงขึ้นตาม 


จากมุมมองของยุโรป นี่คือสงครามของอเมริกาที่เป็นผู้ก่อ แต่ยุโรปถูกบังคับให้ชดใช้ร่วมด้วย 


“นาโต” กำลังล่มสลายจริงหรือ ? หลังสหรัฐฯ ขู่ถอนตัว


ความไม่พอใจของสหรัฐฯ ที่เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ พาเราไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ถ้าความสัมพันธ์ร้าวขนาดนี้ สหรัฐฯ จะยังอยู่ในนาโตต่อไปได้อีกหรือไม่ ? แล้วนาโตจะแตกสลายหรือไม่


บทวิเคราะห์ The U.S.-Europe Alliance Is Reaching a Breaking Point Over the Iran War จาก The Wall Street Journal ระบุว่า การจะถอนตัวอย่างเป็นทางการจากนาโต เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะกฎหมายสหรัฐฯ ปี 2023 ระบุชัดว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่สามารถถอนสหรัฐออกจากนาโตเพียงลำพังได้ ต้องได้รับเสียงสนับสนุน สองในสามของวุฒิสภา หรือมีกฎหมายใหม่จากสภาคองเกรส


“ผมไม่คิดว่า ทรัมป์จะถอนตัวจริง เพราะสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากพันธมิตรนี้อย่างมาก เช่น ภารกิจบางส่วนที่กำลังปฏิบัติการเหนืออิหร่านในตอนนี้ ก็ใช้เครื่องบินที่บินขึ้นจากฐานทัพในประเทศสมาชิกนาโต อย่างสหราชอาณาจักร” คุปชาน กล่าว 


บทวิเคราะห์ Prospects Of NATO’s De Facto Disintegration In Light Of The U.S.–Israel Conflict Against Iran จาก Eurasia Review ระบุว่า ในระยะสั้น นาโตยังไม่แตกสลาย ด้วย 3 เหตุผลสำคัญ ดังนี้ 


  • ประเทศในยุโรปตะวันออก เช่น โปแลนด์และลิทัวเนีย ยังคงกังวลต่อรัสเซีย และพึ่งพาการคุ้มครองจากนาโต

  • นาโตมีสถาบันและระบบประสานงานที่แข็งแกร่ง สร้างมากว่าหลายสิบปี

  • กรอบการป้องกันของยุโรปเองยังไม่พร้อมที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง

แต่ในระยะยาว ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผลสำรวจจาก BCA Research institute ประเมินว่า โอกาสที่นาโตจะล่มสลายในอีก 10 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 38% เพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยสงครามอิหร่านเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้แนวโน้มนี้เกิดขึ้นเร็วขึ้น


นักวิเคราะห์มองว่า นาโตจะไม่หายไปทันที แต่จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพในทางปฏิบัติ เช่น สหรัฐฯ อาจลดการสนับสนุนเต็มที่ ลดการประจำการทหารในยุโรป และความน่าเชื่อถือของพันธมิตรลดลง ส่งผลให้นาโตสูญเสียความสามารถในการยับยั้งภัยคุกคาม


“ถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ถอนสหรัฐฯ ออกจากนาโต นั่นจะเป็นเหตุสั่นสะเทือนภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ มันจะทำลายพันธมิตรที่หลายคนถือว่าค้ำจุนโลกตะวันตกมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และนาโตไม่ใช่แค่พันธมิตรทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธมิตรทางการเมือง สะท้อนถึงผลประโยชน์, ค่านิยม และความมุ่งมั่นร่วมกันต่อประชาธิปไตยเสรี” คุปชาน กล่าว


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


https://www.wsj.com/world/europe/the-u-s-europe-alliance-is-reaching-a-breaking-point-over-the-iran-war-19c23a67

https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358156.shtml

https://www.eurasiareview.com/02042026-prospects-of-natos-de-facto-disintegration-in-light-of-the-u-s-israel-conflict-against-iran-analysis/

https://edition.cnn.com/2026/04/01/politics/trump-iran-strait-of-hormuz-nato-allies-analysis

Explainer: Can Trump actually pull the U.S. out of NATO? - Reuters

ข่าวที่เกี่ยวข้อง