นักเศรษฐศาสตร์คาดโควิดรอบ 3 ลากยาว 1-2 เดือน เสียหายหลักแสนล้าน ธุรกิจน้ำเมาอ่วม

นักเศรษฐศาสตร์คาดโควิดรอบ 3 ลากยาว 1-2 เดือน เสียหายหลักแสนล้าน ธุรกิจน้ำเมาอ่วม
มติชน
9 เมษายน 2564 ( 09:22 )
21
นักเศรษฐศาสตร์คาดโควิดรอบ 3 ลากยาว 1-2 เดือน เสียหายหลักแสนล้าน ธุรกิจน้ำเมาอ่วม

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการเกิดคลัสเตอร์ทองหล่อ และตัวเลขพบเชื่อโควิด-19 ต่อวันสูงขึ้นมาอีกครั้ง ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชนและภาคประชาชน รวมถึงความกังวลเพิ่มต่อการใช้จ่ายและการเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะกระทบต่อการใช้จ่ายหายไป 5-10 % ต่อวันในช่วงสงกรานต์นี้ เพราะการไม่เดินทางออกนอกบ้าน งดกิจกรรม และยกเลิกแผนเดินทาง เฉลี่ย 2- 5 พันล้านบาทต่อวันต่อขนาดของจังหวัด หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังมีตัวเลขสูงและคนระมัดระวังใช้จ่ายทุก 1 เดือนจะเสียหาย 3-5 หมื่นล้านบาท/เดือน หากดูสถิติย้อนหลังเมื่อเกิดการแพร่ระบาดรอบใหม่กว่าจะใช้เวลาควบคุมและความเชื่อมั่นใช้จ่ายเกิดอีกครั้งก็ประมาณ 1-2 เดือน เท่ากับเงินใช้จ่ายต่างๆจะหายไปจากระบบ 6 หมื่นถึง 1 แสนล้านบาท กระทบต่อจีดีพี 0.3-0.5%

 

ขณะที่นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เปิดเผยว่า ครั้งนี้ถือว่าสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมห้องพัก ร้านอาหารภัตตาคาร ผู้จำหน่ายวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจการแสดงและการจ้างงาน เป็นต้น โดยเป็นการเสียหาย 2 ทางไปพร้อมกัน คือ ความเสียหายจากการจัดเตรียมวัตถุดิบ สต๊อกสินค้าอาหาร-เครื่องดื่ม การจัดจ้างกับผู้ที่เกี่ยวข้อง พ่อครัว นักดนตรี เพิ่มการจ้างพนักงานรองรับการใช้บริการเพิ่ม ซึ่งเป็นการเตรียมไว้สำหรับเทศกาลสงกรานต์ จะเกิดความเสียหายและการเป็นต้นทุนสูงของผู้ประกอบการ บวกกับความเสียหายจากรายได้ที่หายไปจากการงดยกเลิกห้องพัก ยกเลิกจัดกิจกรรมต่างๆ สถาบันเทิงปิดชั่วคราว 41 จังหวัด รวม 14 วัน ยกเลิกการเดินทางและท่องเที่ยวหลังจากรัฐบาลสนับสนุนการหยุดยาวและงดเก็บค่าผ่านทางเพื่อกระตุ้นการเดินทาง ซึ่งรวมกันแล้วอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคท่องเที่ยวจะเสียหาย 1-2 แสนล้านบาทในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 10 วัน โดยความเสียหายส่วนใหญ่จะเกิดกับกลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น

 

นายธนากร กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เดิมนั้น มีสัญญาณการฟื้นตัวก่อนเกิดเหตุการณ์ระบาดระลอกใหม่ เริ่มมีการสั่งล่วงหน้าเพื่อเตรียมจำหน่ายในเทศกาลสงกรานต์และงานบันเทิงแล้ว แต่เมื่อเกิดการระบาดรอบ 3 นี้ ยอมรับว่าคำสั่งซื้อใหม่ชะงักลงทันที ดังนั้น เพื่อประคองธุรกิจสมาคมฯได้เสนอให้รัฐ ไม่ให้ใช้โมเดลเหมือนปี 2563 คือการสั่งห้ามหรือจำกัดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าหรือซื้อเพื่อกลับบ้าน เพราะจากตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุปีก่อนก็ไม่ได้ลดลง อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องขายสุราเถื่อนหรือลักลอบ อาจเกิดปัญหาการเรียกรับสินบน เพื่อให้สามารถจำหน่ายได้ หรือลักลอบจัดดื่มเป็นกลุ่มก้อน อาจไม่คุ้มค่าความเสี่ยงต่อการควบคุมผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทั้งนี้ประเมินว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยปี 2564 จะต่ำกว่าปีก่อนหรือมูลค่าจาก 3 แสนล้านบาท เหลือ 2.6-2.7 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากปี 2562 ตลาดอุตฯมีมูลค่า 3.7 แสนล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง