นาซายกเลิกสถานีลูนาร์เกตเวย์ ทุ่มงบ 720,000 ล้านบาท สร้างฐานบนพื้นผิวดวงจันทร์แทน

วันที่ 24 มีนาคม องค์การนาซา (NASA) ประกาศการปรับเปลี่ยนแผนงานครั้งประวัติศาสตร์ โดยตัดสินใจยกเลิกแผนการส่งสถานีอวกาศขึ้นโคจรในวงโคจรของดวงจันทร์ และเตรียมนำชิ้นส่วนของสถานีดังกล่าวไปใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างฐานปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์แทน
โครงการใหม่นี้คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 720,000 ล้านบาท และมีกำหนดการดำเนินการในช่วง 7 ปีข้างหน้า
จาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) ผู้อำนวยการนาซาที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ประกาศถึงการตัดสินใจดังกล่าวในพิธีเปิดงานซึ่งจัดขึ้นตลอดทั้งวัน ณ สำนักงานใหญ่ของนาซาในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เขาตั้งใจจะนำมาปรับใช้กับโครงการอาร์เทมิส" (Artemis) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ระดับเรือธงของสหรัฐอเมริกา
จาเร็ด ไอแซคแมน กล่าวต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่า "มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เรากำลังระงับโครงการเกตเวย์ (Gateway) ในรูปแบบปัจจุบัน และหันไปมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืนบนพื้นผิวดวงจันทร์"
ก่อนหน้านี้โครงการสถานีอวกาศลูนาร์เกตเวย์ (Lunar Gateway) ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นทั้งแพลตฟอร์มสำหรับการวิจัย และเป็นสถานีถ่ายโอนให้นักบินอวกาศใช้สับเปลี่ยนไปขึ้นยานลงจอด (Moon Lander) ก่อนที่จะเดินทางลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์
ปัจจุบันสถานีส่วนใหญ่ได้ถูกสร้างเสร็จสิ้นไปแล้วบางส่วน โดยมีบริษัทผู้รับเหมาหลักอย่างบริษัท Northrop Grumman และบริษัท Vantor (หรือชื่อเดิมคือ Maxar) เป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงการ
อย่างไรก็ตาม การดัดแปลงยานอวกาศที่แต่เดิมถูกออกแบบมาเพื่อการโคจร ให้กลายเป็นฐานปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์นั้นถือเป็นเรื่องที่มีความท้าทายอย่างมาก
โดยจาเร็ด ไอแซคแมน ยอมรับในประเด็นนี้แต่ยังคงแสดงความมั่นใจว่า "ถึงแม้จะมีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์และกำหนดการอยู่บ้าง แต่เราสามารถนำอุปกรณ์และพันธสัญญาของพันธมิตรระหว่างประเทศมาใช้ใหม่เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของโครงการทั้งในส่วนของพื้นผิวและด้านอื่น ๆ"
การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างกะทันหันของจาเร็ด ไอแซคแมนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังส่งผลกระทบและปรับเปลี่ยนโครงสร้างสัญญาภายใต้โครงการอาร์เทมิสซึ่งมีมูลค่ารวมหลายพันล้านดอลลาร์
โดยทิศทางใหม่ของโครงการสำรวจดวงจันทร์นี้ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเร่งมือและปรับตัวอย่างหนักเพื่อรองรับระดับความเร่งด่วนของโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น
และสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของความเร่งด่วนนี้ คือ แรงกดดันจากประเทศจีนที่กำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในภารกิจการส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ ซึ่งจีนได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2030
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
