รีเซต

YouTube ประกาศเปิดตัวเครื่องมือ AI ตรวจจับใบหน้า (Deepfake) ขยายสิทธิ์ให้ครีเอเตอร์วัย 18 ปีขึ้นไปทุกคน

YouTube ประกาศเปิดตัวเครื่องมือ AI ตรวจจับใบหน้า (Deepfake) ขยายสิทธิ์ให้ครีเอเตอร์วัย 18 ปีขึ้นไปทุกคน
TNN ช่อง16
18 พฤษภาคม 2569 ( 16:53 )

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า YouTube จะดำเนินการขยายการเข้าถึงเครื่องมือตรวจจับภาพเหมือน (Likeness detection) ให้กับครีเอเตอร์ทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางยุคที่เนื้อหาซึ่งสร้างด้วย AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยแพลตฟอร์มมุ่งมั่นที่จะสร้างเครื่องมือที่ครีเอเตอร์สามารถควบคุมภาพลักษณ์และใบหน้าของตนเองได้

ก่อนหน้านี้ YouTube ได้เปิดให้ทดลองใช้เครื่องมือนี้ครั้งแรกในปี 2024 และเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปี 2025 โดยในขณะนั้นจำกัดสิทธิ์เฉพาะสมาชิกโปรแกรมพันธมิตรของ YouTube (YPP) ที่ผ่านเกณฑ์การสร้างรายได้เท่านั้น หลังจากนั้นจึงขยายการใช้งานไปยังสื่อมวลชนและนักการเมือง ก่อนจะเปิดให้ครีเอเตอร์ทั่วไปใช้งานในที่สุด
 
แจ็ค มาลอน (Jack Marlon) โฆษกของแพลตฟอร์มกล่าวว่า "การขยายสิทธิ์ครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าครีเอเตอร์ทุกคนจะได้รับการคุ้มครองในระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำคลิปบน YouTube มานานกว่าสิบปี หรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานแพลตฟอร์มก็ตาม"

เครื่องมือตรวจจับภาพเหมือนทำงานอย่างไร ?

เครื่องมือนี้ถือเป็นเครื่องมือแรกที่ถูกบรรจุลงใน YouTube Studio โดยระบบจะใช้เทคโนโลยีในการระบุและตรวจจับวิดีโอที่อาจมีการดัดแปลงหรือใช้ AI สังเคราะห์ใบหน้าของครีเอเตอร์ไปใช้งาน

เป้าหมายหลักของเครื่องมือนี้ คือ การเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ตรวจสอบได้ว่ามีบุคคลอื่นนำใบหน้าของตนไปใช้ในวิดีโอ AI หรือไม่

นอกจากนี้ ครีเอเตอร์ยังสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อส่งคำขอให้แพลตฟอร์มลบเนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งละเมิดหลักเกณฑ์ความเป็นส่วนตัวออกได้อย่างง่ายดาย

การนำเครื่องมือนี้มาใช้จะช่วยปกป้องผู้ชมไม่ให้ถูกหลอกลวง และยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปหรือครีเอเตอร์สามารถจัดการกับแบรนด์หรือบริษัทที่นำภาพลักษณ์ของตนไปใช้เพื่อโปรโมตสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อีกด้วย

ขั้นตอนการตั้งค่าเพื่อเริ่มต้นใช้งาน เมื่อฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งาน ครีเอเตอร์สามารถเข้าไปตั้งค่าผ่านคอมพิวเตอร์ได้ดังนี้

1. เข้าไปที่ YouTube Studio เลือกเมนู "การตรวจจับเนื้อหา" (Content detection) ที่แถบด้านซ้าย
2. เลือก "ความคล้ายคลึง" (Likeness) และกดเริ่มต้นใช้งาน
3. ให้สิทธิ์ YouTube ในการใช้เทคโนโลยีตรวจจับภาพเหมือน
4. ผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตนเพียงครั้งเดียว โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดด้วยโทรศัพท์มือถือ ส่งรูปถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน และทำการยืนยันด้วยวิดีโอเซลฟี่
 
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการตั้งค่า ระบบจะทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างต่อเนื่องเพื่อสแกนวิดีโอทั้งหมดที่ถูกอัปโหลดขึ้นมา หากพบวิดีโอที่มีใบหน้าตรงกับผู้ใช้ ระบบจะแสดงผลในแท็บดังกล่าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบและระบุวิธีการที่ใบหน้าถูกนำไปใช้ ก่อนที่จะส่งคำขอให้ลบออก

ในกระบวนการนี้ YouTube จะมีการสอบถามด้วยว่าวิดีโอดังกล่าวมีการคัดลอกเสียงไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากในปัจจุบันเครื่องมือดังกล่าวยังไม่สามารถตรวจจับได้จากเสียงเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ครีเอเตอร์อาจไม่เห็นวิดีโอที่ถูกตรวจจับในทันทีหลังจากตั้งค่าเสร็จ หรืออาจเห็นเพียงจำนวนจำกัด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่บ่งบอกว่ายังไม่มีการตรวจพบการนำใบหน้าของผู้ใช้ไปใช้งานอย่างผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง