รีเซต

ททท. รุกสื่อสารดึงเที่ยวไทย อัด 100 อีเวนต์ใหญ่ปลายปี

ททท. รุกสื่อสารดึงเที่ยวไทย อัด 100 อีเวนต์ใหญ่ปลายปี
ทันหุ้น
1 ตุลาคม 2569 ( 02:20 )
8

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องเที่ยวบินล่าช้าและการสัญจรเข้าสนามบิน ซึ่งสื่อระดับโลกอย่าง CNBC, Reuters, AFP และโซเชียลมีเดียจีนได้แพร่ภาพข่าวขยายวงกว้าง จนมีประกาศเตือนภัยการเดินทางจาก 13 ประเทศ

ททท. ประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความท้าทายด้านการบริหารจัดการสัญจรและการสื่อสารข้อมูลเฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่วิกฤติการท่องเที่ยวระดับประเทศ แนวทางรับมือเน้น “รับสถานการณ์เร็ว สื่อสารชัด อำนวยความสะดวกตรงจุด” ควบคู่เร่งสร้างความเชื่อมั่นเชิงรุก และกระตุ้น “ตลาดท่องเที่ยว” ในพื้นที่ที่มีความพร้อม

ขณะเดียวกัน วิกฤติครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยให้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีการเชื่อมโยง และหยุ่นมากขึ้น มากยิ่งขึ้น โดย ททท. จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานและขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยว เชื่อมโยงข้อมูล พันธมิตร อุปสงค์และอุปทานเพื่อให้ประเทศรับมือได้เร็ว ฟื้นตัวไว และเติบโตได้อย่างมีคุณค่าในระยะยาว

 สำหรับแผนกระตุ้นตลาดและแก้ปัญหา รวมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศที่ช่วงหลัง นิยมการเดินทางแบบวันเดียวกลับ ททท. เตรียมระดม 100 อีเวนต์ใหญ่ทั่วประเทศช่วงปลายปี 2569  เพื่อสร้างเหตุผลให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน อาทิ งานมหาลอยกระทง อยุธยา, วิจิตรเจ้าพระยา, เทศกาลดนตรี Tomorrowland Thailand, งานไหลเรือไฟ นครพนม และงานแห่ดาวคริสต์มาส สกลนคร พร้อมจัดทำ Joint Promotion ลดต้นทุนเดินทางผ่านแคมเปญ “Check in เมืองไทยไปกับบัส” และ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย”

มุ่งเติบโตอย่างมีคุณภาพ

นางสาวฐาปนีย์  กล่าวถึงก้าวสำคัญต่อไปของ ททท. คือการปรับเปลี่ยนทิศทางการทำการตลาด 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างอุปทานให้สอดรับกับอุปสงค์, การเปลี่ยนจากการขายสถานที่มาเป็นการขายประสบการณ์, การปรับรูปแบบจากการตลาดมวลชนไปสู่การสื่อสารเจาะกลุ่มเป้าหมาย และการมุ่งขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ เพื่อสร้างการเติบโตของภาคท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับกลุ่มตลาดระยะใกล้ ททท. ให้ความสำคัญกับตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงและมีศักยภาพในการใช้จ่าย โดยเฉพาะอินเดีย เวียดนาม และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ขณะที่ตลาดจีนได้ปรับทิศทางมุ่งเน้น “ตลาดเชิงคุณภาพ” มากขึ้น ผ่านการดำเนินแคมเปญ Nihao Month เพื่อรักษากระแสการเดินทางอย่างต่อเนื่องไปจนถึงช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว และเทศกาลตรุษจีนในปี 2570

ด้านตลาดระยะไกล ภูมิภาคยุโรปยังคงเป็นตลาดหลักที่สร้างรายได้มั่นคง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและระยะเวลาพำนักยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง