บลจ.อีสท์สปริงจับกระแสลงทุนโลก พร้อมส่ง3 กองทุนเด็ดคัดเข้าพอร์ต

#บลจ.อีสท์สปริง #ทันหุ้น บลจ.อีสท์สปริง เปิดภาพรวมการลงทุน หลังดอกเบี้ยสหรัฐปรับตัวขึ้น พร้อมคัด 3 กองทุนเด่น ES-GCORE, ES-GTECH, ES-GAINCOME จัดพอร์ตเดือนตุลาคมเน้นกระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล พร้อมรับโอกาสการเติบโตจาก AI
นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง ยังคงแนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตด้วยแนวทางการกระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล โดยคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นโลกไว้มากกว่าตลาด (Overweight) แต่เน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ควบคู่กับการถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสัดส่วนที่เหมาะสม เนื่องจากกำไรของกลุ่มนี้ยังเติบโตแข็งแกร่งและเป็นแรงพยุงตลาดได้แม้ในเดือนที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นแรง
*คัด 3 กองทุนเด่นเข้าพอร์ต
ขณะเดียวกันก็อาศัยจังหวะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ทยอยเพิ่มสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยแนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Core Equity (ES-GCORE) กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology (ES-GTECH) และกองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Multi Asset Income (ES-GAINCOME)
ทั้งนี้ บลจ. บลจ.อีสท์สปริง เห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีแตะ 3.075% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2539
ด้านภูมิรัฐศาสตร์การปะทะรอบใหม่ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการโจมตีท่อส่งน้ำมันหลักของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี ได้ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ขึ้นไปทะลุ 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนอ่อนตัวลงในช่วงปลายเดือนกันยายน เมื่อการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า แต่ทั้งเดือนยังปรับตัวขึ้นราว 14% มาอยู่ที่ 103.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยเหล่านี้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับขึ้นกว่า 54 bps สู่ 5.29% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550 กดดันให้ดัชนี Bloomberg Global Aggregate Bond ปรับตัวลง 2.38% และราคาทองคำลดลงราว 6.6%
*หุ้นเทคประคองตลาด
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและธีม AI ยังเป็นแรงประคองสำคัญของตลาด โดยดัชนี NASDAQ ปรับตัวขึ้น 1.93% ตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวขึ้น 4.09% และดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 1.22% จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่ม Semiconductor ตามกระแสการลงทุนด้าน AI สวนทางกับดัชนี STOXX 600 ของยุโรปที่ปรับตัวลง 2.39% ซึ่งเป็นการปรับลดรายเดือนครั้งแรกในรอบ 6 เดือน (ที่มา: Bloomberg ณ วันที่ 30 กันยายน 2026)
สำหรับเดือนตุลาคม บลจ.อีสท์สปริง ประเมินว่ามีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประการแรกคือการประชุมเฟดในวันที่ 27–28 ตุลาคม ซึ่งตลาดจะจับตาว่าเฟดภายใต้การนำของ Kevin Warsh จะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในรอบนี้ หรือจะรอตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ โดยการประชุมครั้งนี้ห่างจากวันเลือกตั้งกลางเทอมไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ประการที่สองคือฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ที่จะเริ่มอย่างจริงจังในสัปดาห์ที่สองของเดือน
โดยประมาณการของ FactSet ชี้ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโตเฉลี่ย 29.1% จากปีก่อน นับเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกันที่เติบโตเกิน 25% และประมาณการยังถูกปรับขึ้นระหว่างไตรมาส สวนทางกับปกติที่มักถูกปรับลง ขณะที่ Forward P/E ของดัชนีอยู่ที่ 19.2 เท่า
*จับตาเลือกตั้งสหรัฐ
ประการที่สามคือการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะชี้ขาดที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 435 ที่นั่ง และวุฒิสภา 35 ที่นั่ง หากสภาเปลี่ยนขั้ว การผลักดันนโยบายภาษีและการคลังของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระจะทำได้ยากขึ้น และอาจกระทบหุ้นกลุ่มที่อิงกับนโยบายรัฐ
นอกจากนี้ ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเป็นตัวแปรสำคัญของราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ แม้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิหร่าน) จะเริ่มฟื้นกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้พอร์ตการลงทุนในเดือนนี้จึงควรผสมผสานระหว่างหุ้นคุณภาพที่กระจายตัวทั่วโลก หุ้นเทคโนโลยีที่กำไรยังเติบโตแข็งแกร่ง และสินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พอร์ตต้องพึ่งพาปัจจัยขับเคลื่อนใดปัจจัยหนึ่งมากเกินไป” นายยิ่งยง กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
