รีเซต

เลือกตั้ง 69: ส่องนโยบาย แก้ฝุ่น PM 2.5 จาก 4 พรรคการเมืองใหญ่ : พรรคประชาชน เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ใครคือทางรอดจริง?

เลือกตั้ง 69: ส่องนโยบาย แก้ฝุ่น PM 2.5 จาก 4 พรรคการเมืองใหญ่ : พรรคประชาชน เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ใครคือทางรอดจริง?
TNN ช่อง16
21 มกราคม 2569 ( 17:35 )
9

วิกฤตเรื้อรัง: เมื่อฝุ่นพิษกลายเป็น New Crisis Normal  
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คือวิกฤตที่คนไทยคุ้นเคยจนน่ากลัว ในช่วงปี 2566 - 2568 ยอดผู้ป่วยพุ่งจาก 10 ล้าน เป็น 13 ล้านรายภายในเวลาสั้นๆ และในปี 2569 นี้ เพียงแค่ 3 สัปดาห์แรก มียอดผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศไปแล้วกว่า 1.5 ล้านราย ข้อมูลปัจจุบันยืนยันว่าสิ่งที่เราสูดดมไม่ใช่แค่ฝุ่น แต่คือสารพิษอย่าง 'สารหนู' และ 'แคดเมียม' ที่แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อให้เกิดภาวะอักเสบในหลอดเลือด นำไปสู่โรคมะเร็งปอดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น รวมถึง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) นี่คือระเบิดเวลาทางสุขภาพที่เริ่มทำงานแล้วในร่างกายของคนไทยทุกคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างไร้ทางสู้กลับ!

ราคาที่ต้องจ่ายและความล่าช้าของรัฐ
PM 2.5 ไม่ได้คร่าแค่ชีวิต แต่กำลังกัดกินเศรษฐกิจครัวเรือนผ่านภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ประชาชนต้องแบกรับเอง ขณะที่ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงวันนี้ยังคงติดค้างอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ในการเลือกตั้ง 2569 นี้ 4 พรรคการเมืองใหญ่จึงงัดนโยบายสู้ฝุ่น PM 2.5 ขึ้นมาเป็นวาระสำคัญ:


1. พรรคประชาชน: "ส้มสู้ฝุ่น" – รวมศูนย์และกระจายอำนาจ

พรรคประชาชนเน้นการบริหารจัดการเชิงโครงสร้างและเทคโนโลยี:

  • รวมศูนย์บัญชาการ: จัดตั้งศูนย์ CACC (Clean Air Command Center) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการสูงสุด

  • กระจายงบสู่ท้องถิ่น: สร้าง "Local-CACC" ให้ท้องถิ่นมีงบประมาณและอำนาจกฎหมายจัดการไฟป่าได้ทันที

  • ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): บังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่รับซื้อผลผลิตจากการเผา

  • เขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone): บังคับรถสาธารณะในกรุงเทพฯ เป็น EV ทั้งหมด และมีมาตรการ "รถเก่าแลกอากาศสะอาด"

2. พรรคเพื่อไทย: "ยุทธศาสตร์รัฐบาลบริหารจัดการฝุ่น"

เน้นการใช้กลไกกฎหมายและยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค:

  • พ.ร.บ. อากาศสะอาด: ผลักดันเป็นกฎหมายแม่บทเพื่อบูรณาการอำนาจและเอาผิดผู้ก่อมลพิษ

  • จัดการแบบสาธารณภัย: เมื่อฝุ่นวิกฤต รัฐจะประกาศพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) และสั่งหยุดเรียน/หยุดงานเพื่อคุ้มครองสุขภาพ

  • เกษตรไม่เผา เราซื้อ: เปลี่ยนเศษวัสดุการเกษตรเป็นรายได้ สนับสนุนเครื่องจักรไถกลบแทนการเผา

  • ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky): ใช้การทูตเชิงรุกเจรจากลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหยุดการเผาข้ามพรมแดน

3. พรรคภูมิใจไทย: "กรีนประชานิยม" – เปลี่ยนฝุ่นเป็นรายได้

ยึดหลักการที่ว่าการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องช่วยลดค่าครองชีพ:

  • ปฏิวัติรถเมล์ไฟฟ้า: เปลี่ยนรถเมล์ควันดำเป็น EV ทั้งหมดภายใน 3 ปี ล็อคราคา 10-40 บาททุกสาย

  • โซลาร์รูฟท็อปฟรี: ลดค่าไฟครัวเรือนเฉลี่ย 450 บาท/เดือน พร้อมระบบเครดิตพลังงาน

  • ตลาดคาร์บอนเครดิต: เปลี่ยนการดูแลพื้นที่สีเขียวเป็นรายได้เข้าสู่ระดับฐานราก

  • กำแพงการค้า: แบนสินค้าเกษตรจากการเผา 100% และห้ามนำเข้าผลผลิตที่เป็นต้นเหตุของฝุ่นข้ามแดน

4. พรรคประชาธิปัตย์: "วินิจฉัยด้วยข้อมูล" – สยบฝุ่นด้วยกลไกการค้า

เน้นการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่แม่นยำ:

  • Super Sensor: ติดตั้งระบบตรวจวัดที่แยก "DNA ฝุ่น" ได้ เพื่อระบุตัวตนผู้ปล่อยมลพิษที่แท้จริง

  • พันธบัตรป่าไม้ (Forest Bonds): ระดมทุนฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวและจ่ายค่าตอบแทนให้ชุมชนที่ทำหน้าที่ "ยามเฝ้าป่า"

  • เขตปลอดรถควันดำ: ล็อคเป้ากรุงเทพฯ ชั้นใน บังคับใช้มาตรการจำกัดรถยนต์สันดาปเก่า

  • กำแพงการค้า: งดนำเข้าผลผลิตจากเพื่อนบ้านหากพิสูจน์ได้ว่ามาจากพื้นที่ที่มีการเผา

อากาศบริสุทธิ์คือสิทธิพื้นฐานแม้แต่ละพรรคจะมี 'ดีเอ็นเอ' การแก้ปัญหาที่ต่างกัน แต่สุดท้ายนโยบายเหล่านี้จะไม่มีค่าหากขาด 'ความจริงใจ' ในการบังคับใช้ การเลือกตั้ง 2569 คือโอกาสที่เราจะเลือกพรรคที่กล้าทำจริงเพื่อผลประโยชน์ของคนไทย เพราะอากาศบริสุทธิ์ไม่ควรเป็นแค่ 'นโยบายที่ดี' แต่ต้องเป็น 'สิทธิพื้นฐาน' ที่เราทุกคนต้องได้รับอย่างทันทีและเท่าเทียม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง