รัดเกล้า อัดงบปี 2570 หั่นงบเด็ก 3 ปีซ้อน ชี้การศึกษาไร้อนาคต

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณด้านทุนมนุษย์และการศึกษา พร้อมระบุว่า งบประมาณฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการจัดสรรเม็ดเงิน แต่เป็นการจัดงบประมาณที่ขาดการวางรากฐานเพื่ออนาคตของประเทศ และมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าการพัฒนาระยะยาว
นางรัดเกล้า ระบุว่า งบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปีงบประมาณ 2570 ถูกปรับลดลงร้อยละ 3 เหลือ 17,569 ล้านบาท และเป็นการปรับลดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมองเงินช่วยเหลือเด็กเล็กเป็นรายจ่ายมากกว่าการลงทุนด้านทุนมนุษย์
พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า แม้อัตราการเกิดของเด็กไทยจะลดลง แต่ภาครัฐควรใช้โอกาสดังกล่าวยกระดับคุณภาพประชากร รวมถึงผลักดันสวัสดิการเด็กแบบถ้วนหน้า โดยอ้างข้อมูลว่าปัจจุบันยังมีครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิ์กว่า 34% ที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุน
ในประเด็นสังคมสูงวัย นางรัดเกล้า ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของประชากร หรือราว 13.7 ล้านคน ขณะที่เด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 500,000 คนต่อปี แต่กรมกิจการผู้สูงอายุได้รับงบพัฒนาศักยภาพเพียง 8.8 ล้านบาท และงบส่งเสริมการมีงานทำเพียง 5 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่ายังไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนแนวคิด Silver Economy เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้
สำหรับงบประมาณด้านการศึกษา นางรัดเกล้า วิจารณ์ว่า การจัดสรรงบของกระทรวงศึกษาธิการให้น้ำหนักกับการก่อสร้างอาคาร การพัฒนาแพลตฟอร์ม และการเช่าอุปกรณ์เทคโนโลยี มากกว่าการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้จำนวนเด็กจะลดลงและงบด้านเด็กถูกปรับลด แต่กลับมีงบบุคลากรทางการศึกษาสูงถึงประมาณ 210,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังอ้างอิงประสบการณ์การศึกษาระดับปริญญาโทด้านการศึกษาจาก Institute of Education (IOE) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รวมถึงงานวิจัยที่ระบุว่า การใช้แท็บเล็ตในห้องเรียนไม่ได้ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยกตัวอย่างประเทศสวีเดนที่ทยอยลดการใช้แท็บเล็ตในโรงเรียน และประเทศนอร์เวย์ที่มีแนวทางจำกัดการใช้ AI ในบางบริบททางการศึกษา เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อสมาธิและทักษะการอ่านของเด็ก
นางรัดเกล้า กล่าวว่า สิ่งที่ระบบการศึกษาไทยต้องการคือการพัฒนาครูที่มีคุณภาพในทุกพื้นที่ มากกว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว พร้อมแสดงความกังวลว่า หากผลักดันการใช้เทคโนโลยีในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม อาจยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ห่างไกล
ช่วงท้ายของการอภิปราย นางรัดเกล้า ระบุว่า แม้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 จะกำหนดแนวทางการยกระดับทุนมนุษย์ไว้อย่างชัดเจน ทั้งการส่งเสริมศักยภาพสตรี ผู้พิการ และผู้สูงอายุเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ยังไม่ตอบโจทย์แนวทางดังกล่าว และยังเป็นการจัดงบประมาณแบบปีต่อปี ขาดวิสัยทัศน์ระยะยาว พร้อมเรียกงบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น “งบประมาณไร้อนาคต”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
