เช็กพื้นที่การคลัง! หนี้สาธารณะ 66% รัฐบาลกางแผนงบสำรองแสนล้าน รับมือวิกฤตพลังงาน

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อพลังงาน รัฐบาลเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์การคลังครั้งสำคัญ เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือความเสี่ยงและขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีเสถียรภาพ
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 10.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทบทวนกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
การประชุมครั้งนี้มุ่งกำหนดทิศทางงบประมาณล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี ทั้งด้านรายรับ รายจ่าย และฐานะการคลังของประเทศ โดยยึดหลักสำคัญคือการรักษาวินัยการเงินการคลัง และเสถียรภาพเศรษฐกิจในภาพรวม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ภาครัฐต้องปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณที่เพิ่มขึ้น พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานทบทวนและปรับลดงบที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถนำร่างงบประมาณเข้าสู่กระบวนการรัฐสภาได้ทันกรอบเวลา เพื่อให้เริ่มใช้ได้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ด้านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การหารือร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2570 เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดสรรทรัพยากรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในแนวทางสำคัญ คือ การปรับโครงสร้างงบประมาณ โดยตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น งบศึกษาดูงานต่างประเทศ โครงการก่อสร้างที่ยังไม่เร่งด่วน และโครงการพัฒนาบางส่วน ก่อนโยกงบไปสู่การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว โดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง
ในด้านฐานะการคลัง ปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 66% ของ GDP ขณะที่กรอบเพดานอยู่ที่ 70% ทำให้ยังมีพื้นที่ทางการคลังรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อีกประมาณ 4% หรือคิดเป็นวงเงินราว 800,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารงบประมาณที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนพิจารณามาตรการกู้เงินเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเตรียม “กระสุนทางการคลัง” เพื่อรองรับความไม่แน่นอน โดยวางแผนรวบรวมงบประมาณสำรองจาก 2 ส่วน ได้แก่ การดึงงบประมาณปี 2569 ที่ยังไม่ผูกพันสัญญาภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 คาดว่าจะได้ 70,000–100,000 ล้านบาท และงบกลางอีกประมาณ 25,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 95,000–125,000 ล้านบาท
เม็ดเงินดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ผ่านพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือวิกฤตพลังงานและผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
