ชวนเกษตรกรร่วมโครงการ ‘ปลูก’ ให้ ‘ใช่’ นำร่องปลูกกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่นกำไรงาม 3.3 หมื่นบาท/ไร่

ชวนเกษตรกรร่วมโครงการ ‘ปลูก’ ให้ ‘ใช่’ นำร่องปลูกกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่นกำไรงาม 3.3 หมื่นบาท/ไร่
ข่าวสด
2 พฤศจิกายน 2563 ( 13:11 )
119
ชวนเกษตรกรร่วมโครงการ ‘ปลูก’ ให้ ‘ใช่’ นำร่องปลูกกล้วยหอมทองส่งญี่ปุ่นกำไรงาม 3.3 หมื่นบาท/ไร่

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดต่างประเทศ กระทรวงเกษตรฯ จึงเตรียมดำเนินโครงการ เปลี่ยน “ปลูก” ให้ “ใช่” เพื่อให้เกษตรกรหันมาผลิตสินค้าเกษตรที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่มีตลาดรองรับแน่นอน และยังให้ผลตอบแทนที่สูง อาทิ กล้วยหอมทอง โกโก้ กระเจี๊ยบเขียว ถั่วลันเตา ข้าวโพดฝักอ่อน มะปราง มะยงชิด

 

ทั้งนี้ มีการผลักดันให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตไปสู่พืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่ตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) ที่ตลาดมีความต้องการสูงเชื่อมโยงการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ยึดหลัก “ตลาดนำการเกษตร” ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

 

การดำเนินโครงการดังกล่าว ขณะนี้ได้มีการศึกษาและเริ่มนำร่องแล้วในพืชเศรษฐกิจ กล้วยหอมทอง เป็นชนิดแรก กำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวน 300 ไร่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีศักยภาพทางภูมิศาสตร์ตามแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) เหมาะสมกับการเพาะปลูกกล้วยหอมทอง

 

ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 64 ราย พื้นที่รวม 167 ไร่ กลุ่มเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 21,077 บาท/ไร่ เริ่มให้ผลผลิตในเดือนที่ 9-11 และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 2 ปี มีการจำหน่ายตามเกรดต่างๆ ของผลผลิต โดยเกรด A ราคาที่เกษตรกรขายได้จะอยู่ที่ 14 บาท/ก.ก. ให้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 4,160 ก.ก./ไร่ สร้างรายได้ 54,080 บาท/ไร่ คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) 33,000 บาท/ไร่

 

ด้านนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น Beisia Supermarkets ที่มีความต้องการกล้วยหอมทองเฉลี่ย 1,125 ตัน/เดือน หรือ 13,500 ตัน/ปี

 

กระทรวงเกษตรฯ ยังร่วมกับทาง Beisia และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ส่งเสริมองค์ความรู้ในการเพาะปลูก ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ เทคนิคการปลูก การเก็บเกี่ยว โดยนำเทคโนโลยีน้ำนาโน (Fine Bubble Technology) ที่มีการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรักษาสภาพและยืดอายุของสินค้าเกษตรในการส่งออกอีกด้วย

 

เบื้องต้นคาดว่าจะมีการลงนามความร่วมมือ MOU ร่วมกันระหว่างกลุ่มเกษตรกร Beisia Supermarkets และ บริษัทประกันภัย ในช่วงต้นปี 2564 โดยกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นผู้ดำเนินการหลักในการประสานความร่วมมือ MOU ดังกล่าว และหลังจากนั้นจะขยายผลการดำเนินโครงการไปยังกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ Young Smart Farmer กลุ่มวิสาหกิจที่มีศักยภาพในการผลิตพืชเศรษฐกิจชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในระยะต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง