เผยความลับ "หรูเกา" เมืองที่มีคนอายุยืนกว่า 100 ปี ในระดับ 88 คน ต่อคน 1 ล้านคน !!

นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจเมืองในประเทศจีน หรูเกา (Rugao) เมืองที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะบอนไซ และประชากรที่มีอายุยืนถึง 100 ปีขึ้นไป มากถึง 672 คน จากประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน เท่ากับมีคนอายุถึง 100 ปีประมาณ 88 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ซึ่งถือว่าสูงมาก
หรูเกา (Rugao) เป็นเมืองเก่าแก่ในมณฑลเจียงซู ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเซี่ยงไฮ้ สิ่งที่ทำให้หรูเกาน่าสนใจมากกว่าการมีคนอายุ 100 ปีจำนวนมาก คือเมืองแห่งนี้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกเก็บอย่างเป็นระบบ โดยในปี 2007 นักวิจัยได้เริ่มโครงการ Rugao Longevity and Ageing Study หรือ RuLAS เพื่อศึกษาประชากรสูงอายุของเมืองอย่างละเอียด ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ พฤติกรรมการใช้ชีวิต สุขภาวะทางจิตใจ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีชีวิตยืนยาว
ข้อมูลจากโครงการดังกล่าวถูกนำไปใช้ในงานวิจัยต่อเนื่องหลายชิ้น ทำให้หรูเกาเปรียบเสมือนห้องทดลองในโลกจริงสำหรับศึกษาว่า เหตุใดคนบางกลุ่มจึงสามารถมีชีวิตอยู่จนถึงวัย 100 ปีขึ้นไป และที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาสามารถรักษาสุขภาพและความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันไว้ได้อย่างไร
แนวคิดเรื่อง Super-Agers ถูกใช้เพื่ออธิบายกลุ่มคนที่สามารถรักษาความสามารถทางร่างกายหรือสมองได้ดีกว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกัน จากการศึกษาพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนในหลายประเทศ นักวิทยาศาสตร์พบว่าพันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนอย่างแน่นอน แต่ไม่สามารถอธิบายทุกอย่างได้
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย การเข้าสังคม ความเครียด สุขภาวะทางจิตใจ และสภาพแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจมีส่วนต่อการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี เรื่องราวของผู้สูงอายุในหรูเกาก็สะท้อนแนวโน้มดังกล่าว
Gao Tingkuan ชายวัย 105 ปี เล่าว่าเขาตื่นก่อน 5 โมงเช้า ออกกำลังกายเล็กน้อยหรือเดินรอบลานบ้าน จากนั้นจึงออกไปซื้อของที่ตลาดและเลือกอาหารที่ต้องการรับประทาน ขณะที่ชาวเมืองอีกคนหนึ่งวัย 96 ปี เล่าว่าเขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับการทำงานบ้านเบา ๆ พักผ่อน และใช้เวลากับสุนัข กิจวัตรเหล่านี้อาจดูธรรมดามาก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือคนเหล่านี้ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวเมื่อเข้าสู่วัยชรา พวกเขายังคงทำกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายและจิตใจทำงานอยู่เป็นประจำ
แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคล และไม่สามารถใช้พิสูจน์ว่าการตื่นเช้าหรือการทำงานบ้านเป็นสาเหตุที่ทำให้มีอายุยืนได้โดยตรง แต่กลับสอดคล้องกับแนวทางที่งานวิจัยด้านการสูงวัยกำลังให้ความสำคัญมากขึ้น
หนึ่งในผลการศึกษาที่น่าสนใจจากข้อมูลของ RuLAS เกี่ยวข้องกับโภชนาการ งานวิจัยด้านโภชนาการที่เผยแพร่ในปี 2022 พบว่า 94.2% ของผู้ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปรับประทานผักทุกวัน นอกจากนี้ กลุ่มที่มีสุขภาพด้านโภชนาการดีกว่ายังมีการบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วมากกว่ากลุ่มที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี
โดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งมีทั้งโปรตีนคุณภาพสูง ใยอาหาร โอลิโกแซ็กคาไรด์ ไอโซฟลาโวน กรดไขมันจำเป็น ไฟโตสเตอรอล และสารอาหารอื่น ๆ นักวิจัยมองว่าพฤติกรรมด้านอาหารดังกล่าวสอดคล้องกับรูปแบบการรับประทานอาหารที่พบในประชากรอายุยืนจากพื้นที่อื่น ๆ ของโลก โดยเฉพาะการบริโภคพืชและถั่วในสัดส่วนที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือไม่ควรตีความผลการศึกษาว่า “การกินผักทำให้อายุถึง 100 ปี” เพราะข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคกับสุขภาพ ไม่ได้พิสูจน์เหตุและผลโดยตรง ถึงกระนั้น การค้นพบนี้สอดคล้องกับหลักฐานทางโภชนาการจำนวนมากที่สนับสนุนการรับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ ธัญพืช และถั่วเป็นส่วนประกอบสำคัญ
อีกหนึ่งประเด็นที่ปรากฏอย่างชัดเจนในข้อมูลของหรูเกาคือ การเคลื่อนไหวร่างกาย ผู้สูงอายุจำนวนมากในเมืองไม่ได้ออกกำลังกายด้วยโปรแกรมที่เข้มข้น แต่ยังคงเดิน ทำงานบ้าน ทำสวน หรือออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน งานวิจัยจากข้อมูล RuLAS ระบุว่า การทำกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ สามารถช่วยส่งเสริมการมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีได้ แม้บุคคลนั้นจะมีโรคเรื้อรังหรือปัญหาเกี่ยวกับองค์ประกอบของร่างกายก็ตาม
ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างมากเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เพราะหนึ่งในปัญหาสำคัญคือ Sarcopenia หรือภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง เมื่อมวลและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงต่อการหกล้มและสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเองมากขึ้น การหกล้มเพียงครั้งเดียวจึงอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สุขภาพโดยรวมถดถอยลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น การออกกำลังกายเพื่อการมีอายุยืนอาจไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายอย่างหนัก แต่เป็นการรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของร่างกายให้คงอยู่ให้นานที่สุด
อายุยืนไม่ได้เป็นเรื่องของร่างกายเพียงอย่างเดียว งานวิจัยจาก RuLAS พบว่าผู้ที่มีอายุยืนมีระดับ Subjective Well-being หรือความรู้สึกว่าตนเองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีสูงกว่ากลุ่มคนอายุ 60–69 ปี ขณะเดียวกัน งานวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงวัยในพื้นที่อายุยืนยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความอยากรู้อยากเห็น ความสามารถในการจัดการอารมณ์ และระดับความเครียดที่ต่ำกว่า กับการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แนวคิดเรื่องอายุยืนในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงว่า “เราจะทำให้หัวใจหยุดช้าลงได้อย่างไร” แต่เปลี่ยนไปเป็นคำถามว่า เราจะรักษาคุณภาพชีวิต ความสามารถในการคิด การเคลื่อนไหว และความสัมพันธ์กับคนรอบตัวไว้ได้นานแค่ไหน
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในการศึกษาการสูงวัยคือ Gut Microbiome หรือจุลินทรีย์ในลำไส้ ระบบจุลินทรีย์ในลำไส้มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการควบคุมการอักเสบ ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างระบบดังกล่าวกับสุขภาพสมองและระบบประสาท
การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารและพืชตระกูลถั่วในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่น่าสนใจ เพราะสารอาหารบางชนิดสามารถเป็นแหล่งอาหารให้กับจุลินทรีย์ในลำไส้ และอาจช่วยสนับสนุนระบบนิเวศของจุลินทรีย์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่าง Gut Microbiome กับอายุยืนยังเป็นพื้นที่วิจัยที่กำลังพัฒนา และยังไม่สามารถระบุได้ว่าการปรับจุลินทรีย์ในลำไส้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งจะทำให้มนุษย์มีอายุยืนขึ้นโดยตรง
นักวิทยาศาสตร์จาก Institute of Soil Science ของ Chinese Academy of Sciences ในเมืองหนานจิงเสนอว่า ดินที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อาจส่งผลต่อองค์ประกอบของพืชผลที่ชาวเมืองบริโภค และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชากร แนวคิดนี้น่าสนใจเพราะอาหารที่ปลูกในพื้นที่ย่อมได้รับอิทธิพลจากองค์ประกอบของดินและสภาพแวดล้อม แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าแร่ธาตุในดินเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนหรูเกามีอายุยืน
การมีอายุยืนเป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนและน่าจะเกิดจากปัจจัยหลายด้านที่ทำงานร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม อาหาร กิจกรรมทางกาย สุขภาพจิต สภาพแวดล้อม สังคม และการเข้าถึงบริการสุขภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
