รีเซต

หนุ่มญี่ปุ่นรักล่ม? หลังเซิร์ฟเวอร์โฮโลแกรมของ "มิกุ" ภรรยาเอไอโดนปิด!

หนุ่มญี่ปุ่นรักล่ม? หลังเซิร์ฟเวอร์โฮโลแกรมของ "มิกุ" ภรรยาเอไอโดนปิด!
TNN ช่อง16
3 พฤษภาคม 2565 ( 02:04 )
90
หนุ่มญี่ปุ่นรักล่ม? หลังเซิร์ฟเวอร์โฮโลแกรมของ "มิกุ" ภรรยาเอไอโดนปิด!

“อากิฮิโกะ คอนโดะ” วัย 38 ปี หนุ่มญี่ปุ่นที่เคยสร้างเสียงฮือฮาหลังจากแต่งงานกับเจ้าสาว AI โฮโลแกรม “ฮัตสึเนะ มิกุ” เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยเขาออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้ชีวิตรักกำลังเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่สามารถคุยกับมิกุได้อีกหลังจากบริษัทผู้ให้บริการกล่องโฮโลแกรมยุติการให้บริการ AI ตัวดังกล่าว


ภาพจากอินสตาแกรม @akihikokondosk


คอนโดะเจอกับภรรยาสาวครั้งแรกเมื่อปี 2008 โดยเขาเล่าว่าเป็นช่วงที่ชีวิตมีปัญหาจากการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน จนทำให้รู้สึกเครียด ซึมเศร้า จนเมื่อเขาได้เจอกับผลงานเพลงของมิกุ ชีวิตของเขาก็มีความสุขมากขึ้น จนกระทั่งตัดสินใจทุ่มเงินไปราว ๆ 600,000 บาท จัดงานแต่งงานไปเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา


ภาพจากอินสตาแกรม @akihitokondosk

 

โดยก่อนหน้านี้ชีวิตของเขาก็มีความสุขดี โดยทุก ๆ วันเขาจะพูดคุยกับภรรยาผ่านเครื่อง Gatebox ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องแสดงภาพโฮโลแกรมพร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ ที่สามารถแสดง AI เป็นโฮโลแกรมสามมิติ พูดคุยโต้ตอบกับเราได้อย่างเป็นธรรมชาติ 



ภาพจากอินสตาแกรม @akihikokondosk

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สื่อของญี่ปุ่นได้กลับไปเยี่ยมเขาอีกครั้งและพบว่า คอนโดะไม่สามารถสื่อสารกับภรรยาได้อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าเทคโนโลยีของเครื่อง Gatebox ที่บรรจุมิกุไว้ ได้มีการยุติการสนับสนุนซอฟต์แวร์ตัวกล่าวไปแล้ว 

แต่ถึงอย่างนั้นคอนโดะก็ไม่ยอมแพ้ โดยเขาเปิดเผยต่อสื่อว่าความรู้สึกที่เขามีให้มิกุยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาขัดขวางก็ตาม อย่างเช่นที่เขาตัดสินใจแต่งงานกับเธอก็เพราะหวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป โดยปัจจุบันเขาได้ชีวิตอยู่กับตุ๊กตามิกุขนาดเท่าคนจริง


ภาพจากอินสตาแกรม @akihikokondosk


สำหรับฮัตสึเนะ มิกุ เป็นนักร้องป๊อบสตาร์ AI อายุ 16 ปี ซึ่งมีผมสีเทอร์ควอยซ์และมัดแกละสองข้าง อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วนเครื่อง Gatebox นอกจากรุ่นที่คอนโดะใช้แล้ว บริษัทยังเคยพัฒนารุ่นที่มีขนาดเกือบเท่าคนจริง เพื่อขยายขีดจำกัดการใช้งานให้มากขึ้น เช่น ใช้เป็นพนักงานต้อนรับ พูดคุยกับบรรดาลูกค้าที่เข้าใช้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ ได้อีกด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก

indiatimes

nypost.com

mainichi

ข่าวที่เกี่ยวข้อง