STGTราคาQ4โดด50% วัคซีนมาดีมานด์ไม่ลด

STGTราคาQ4โดด50% วัคซีนมาดีมานด์ไม่ลด
ทันหุ้น
17 พฤศจิกายน 2563 ( 08:30 )
333
STGTราคาQ4โดด50% วัคซีนมาดีมานด์ไม่ลด

 ทันหุ้น- STGT ขาขึ้นยังไม่จบ ชี้ความจริงไตรมาส 4 ราคาถุงมือยางส่งออกทะยานขึ้นอีก 50% จากไตรมาส 3 โควิดยังลามความต้องการถาโถม แย้มมกราคม 2564 ราคายังไปต่อ ผู้บริหารมองกรณีวัคซีนโควิดมา ความต้องการถุงมือยังอยู่ แต่ราคาขายอาจอ่อนตัวลง รับแตกพาร์เพิ่มสภาพคล่อง โบรกชื่นชมผลงานดีสั่งปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 140 บาทต่อหุ้น ด้าน STA โตตามลูก

 

นางสาวธนวรรณ เสงี่ยมศักดิ์ กรรมการและผู้อำนวยการสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ STGT เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4/2563 ราคาขายเฉลี่ยถุงมือยางที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ สูงขึ้น 50%เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้หลายประเทศประสบปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 2 ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาก จึงทำให้มีความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น และราคาขายเฉลี่ยก็ยังมีทิศทางที่ดี โดยประเมินว่าเดือนมกราคม 2564 ราคาขายเฉลี่ยจะสูงขึ้นต่อเนื่องอีก ปัจจุบัน STGT มีสัดส่วนการขายไปยังต่างประเทศ 90% และขายในประเทศ 10%

 

ทั้งนี้จากราคาขายเฉลี่ยที่ส่งออกไปยังต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ผลประกอบการของ STGT ในไตรมาส 4/2563 จะมีการเติบโตอย่างมาก ส่วนกรณีที่มีวัคซีนต้านโควิด-19 ในปีหน้า ก็เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบ เพราะมองว่าความต้องการถุงมือยางยังมีอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าในด้านของราคาขายอาจจะอ่อนตัวลงได้

 

**ลดพาร์เพิ่มสภาพคล่องหุ้น

 

นางสาวธนวรรณ กล่าวว่า การที่คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้ปรับเปลี่ยนราคาพาร์เป็นหุ้นละ 0.50 บาท จาก 1.00 บาท เนื่องจากต้องการให้หุ้นมีสภาพคล่องมากขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนราคาพาร์ทำให้ราคาหุ้นต่ำลง และเป็นราคาที่เทียบเคียงได้กับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายถุงมือยางรายสำคัญในมาเลเซีย ที่มีราคาซื้อขายอยู่ในช่วงประมาณ 25.00-65.00 บาทต่อหุ้น ทำให้มีจำนวนนักลงทุนที่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยการที่หุ้นมีสภาพคล่องสูงเพราะเป็นเกณฑ์ที่นักลงทุนสถาบันใช้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนได้

 

ส่วนกรณีที่บริษัทกำลังศึกษาที่จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ในลักษณะ Dual Listing เพื่อที่จะเป็นการขยายฐานนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ จะมีความเข้าใจในธุรกิจถุงมือยางเป็นอย่างดี โดยบริษัทผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก บริษัท ท็อป โกลฟส์ จำกัด(มหาชน) จากมาเลเซียก็ยังนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เช่นกัน คาดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ภายในไตรมาส 2/2564

 

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับคำสั่งซื้อถุงมือยางต่อเนื่อง โดยมีสินค้าที่รอส่งมอบล่วงหน้า(แบ็กล็อก) ถึงปี 2566 ตลอดจนราคาขายที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องต่อผลดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และผลดำเนินงานในปี 2564 ต่อไป

 

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจของโลกยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มั่นใจว่าผลดำเนินงานของ STA ในปี 2563 จะมีการเติบโตที่ดี จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและจุดแข็งของกลุ่มที่มีธุรกิจยางธรรมชาติครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ขั้นกลางและขั้นปลาย

 

**อัพเป้า STGT 140 บาท

 

บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด(มหาชน) แนะนำซื้อหุ้น STGT โดยได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของปี 2564 เป็น 140 บาทต่อหุ้น จากเดิมอยู่ที่ 89 บาทต่อหุ้น พร้อมปรับประมาณการกำไรในปี 2563-2564 ขึ้น หลังจากที่ประกาศกำไรไตรมาส 3/2563 ดีกว่าคาด และคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2563 จะยังดีต่อเนื่องอยู่ที่ 5,227 ล้านบาท โดยราคาขายเพิ่มได้อีก 20%

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี(ประเทศไทย) จำกัด แนะนำซื้อหุ้น STA โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 41 บาท โดยได้ปรับประมาณการกำไรปี 2563 และ 2564 เพิ่มขึ้น โดยในปี 2563 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.9 พันล้านบาท ส่วนในปี 2564 คาดว่ากำไรอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท

 

รวมสิทธิส่งเสริมคุณภาพชีวิต เกาะติดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทันเรื่องราวกระแสสังคม

สัมผัสประสบการณ์ข่าวได้ที่ แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง