รีเซต

“ผมไม่เคยแยกโลกเก่ากับโลกใหม่” อภิสิทธิ์ กับบทเรียนการเมืองหลัง 30 ปีในสนามอำนาจ

“ผมไม่เคยแยกโลกเก่ากับโลกใหม่” อภิสิทธิ์ กับบทเรียนการเมืองหลัง 30 ปีในสนามอำนาจ
TNN ช่อง16
15 มกราคม 2569 ( 18:29 )
18

โลกเก่า โลกใหม่ และกรอบคิดของการเมืองร่วมสมัย

บทสนทนาใน TNN The Candidate เปิดด้วยมุมมองต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุชัดว่าแนวคิดทางการเมืองของตนไม่เคยยึดติดกับการแบ่งยุคสมัย

“สิ่งที่ผมพยายามทำก็คือไม่ได้แยกระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ แต่พยายามจะดูว่าสิ่งที่เราเรียนรู้จากโลกเก่า มันจะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนโลกใหม่ จากสิ่งใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพได้ยังไง”

มุมมองนี้ถูกวางเป็นแกนหลักของการสนทนาทั้งหมด เพราะสำหรับอภิสิทธิ์ เทคโนโลยีหรือความทันสมัยจะไม่มีความหมาย หากขาดความเข้าใจเชิงโครงสร้าง ทั้งกฎหมาย ระบบราชการ และวัฒนธรรมการทำงานของสังคมไทย


จุดเริ่มต้นทางการเมือง ปี 2535 และความตั้งใจตั้งแต่วัยหนุ่ม

เมื่อย้อนกลับไปยังการลงสนามการเมืองครั้งแรกในปี 2535 อภิสิทธิ์เล่าว่าความตั้งใจเป็นนักการเมืองเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย

“ผมมีความตั้งใจอยากเป็นนักการเมืองมาตั้งแต่อายุน้อยมาก ตั้งแต่เรื่องการศึกษา บทบาทในช่วงเป็นนักศึกษา จนมาทำงานเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ ก็ยังตั้งใจว่าอยากทำงานการเมือง”

วัย 27 ปีในเวลานั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

“ตอนอายุ 27 ก็อาจจะมีความเชื่อว่าหลายสิ่งมันอาจจะง่ายในการเปลี่ยนแปลง”

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ได้เพิ่มน้ำหนักให้กับความคิด

“วันนี้ก็เหมือนมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่มีอาวุธติดตัวเพิ่มขึ้นจากประสบการณ์”


พรรคประชาธิปัตย์ คน อุดมการณ์ และความหมายที่แท้จริง

การเดินชมพื้นที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นจังหวะให้สะท้อนความหมายของพรรคการเมืองในมุมของอภิสิทธิ์

“กายภาพเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ พรรคการเมืองเรื่องสำคัญกว่าคือตัวคน อุดมการณ์ ความคิด และงานที่เราทำในฐานะผู้แทนของประชาชน”

สิ่งที่สร้างกำลังใจอย่างมากในการกลับมาครั้งนี้ คือการเห็นคนรุ่นใหม่ตัดสินใจเข้ามามีบทบาททางการเมือง

“หลายคนบอกว่าก่อนหน้านี้อาจจะไม่ได้สนใจการเมืองมาก แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเข้ามาเกี่ยวข้องได้”

บรรยากาศดังกล่าวทำให้นึกย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของตนเอง

“อารมณ์ของคนเหล่านี้ไม่ได้ต่างจากผมตอนอายุ 27 เลย”


ช่วงพักการเมือง ชีวิตส่วนตัว และการถอยเพื่อมองให้ชัด

ช่วงเวลาที่ถอยออกจากตำแหน่งทางการเมือง ถูกเล่าว่าเป็นการเปลี่ยนจังหวะชีวิตอย่างแท้จริง

“ตั้งแต่ลาออกจากหัวหน้าพรรค ลาออกจาก สส. และลาออกจากสมาชิกพรรค ก็กลับไปมีชีวิตส่วนตัวมากขึ้น”

แม้จะไม่ได้อยู่ในสนามการเมืองโดยตรง แต่การติดตามบ้านเมืองไม่เคยหยุด

“ชีวิตทั้งชีวิตก็ยังติดตามข่าวการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการศึกษาอยู่ตลอด”

ชีวิตนอกการเมืองยังมาพร้อมบทบาทใหม่ที่หลายคนยิ้มตาม

“จากแมวสองตัว เพิ่มเป็นเกือบสามสิบตัว ก็เลยต้องเป็นทาสแมวไปโดยปริยาย”

บทบาทนี้ถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดผู้นำอย่างเป็นธรรมชาติ

“การเป็นผู้นำไม่ใช่การชี้นิ้วสั่ง แต่ต้องคอยรับฟังเสียงรอบข้างอยู่ตลอดเวลา”


นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กับบทเรียนการฟื้นฟูองค์กร

อีกด้านหนึ่งของอภิสิทธิ์คือแฟนบอลนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สโมสรที่ผ่านความพ่ายแพ้ยาวนาน

“นิวคาสเซิลแพ้มานานมาก แล้วมาชนะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากเปลี่ยนผู้บริหาร”

การเปรียบเทียบฟุตบอลกับการเมืองถูกอธิบายอย่างตรงไปตรงมา

“ทุกองค์กรมีขาขึ้นขาลง ถ้ามีปัญหาก็ต้องแก้ พรรคการเมืองก็เหมือนกัน”

สำหรับประชาธิปัตย์ การฟื้นฟูไม่ได้เริ่มจากการดึงตัวนักการเมือง แต่คือการสร้างคน

“ถ้าไม่สร้างคน พรรคก็คงอยู่ไม่ได้”



“ดีแต่พูด” วาทกรรมที่ต้องตัดสินด้วยข้อเท็จจริง

คำวิจารณ์เรื่อง “ดีแต่พูด” ถูกหยิบขึ้นมาพูดอย่างตรงไปตรงมา

“คำว่าดีแต่พูดมีสองแบบ แบบหนึ่งคือพูดไปเรื่อยๆ ไม่มีสาระ”

อีกแบบหนึ่งคือการพูดพร้อมความรับผิดชอบ

“ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้ ผมรับผิดชอบ”

อภิสิทธิ์ย้ำถึงช่วงเวลาการเป็นนายกรัฐมนตรี

“สิ่งที่พูดว่าจะทำ ไม่ว่าจะเป็นเรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ค่าตอบแทน อสม. สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง”

สำหรับการสื่อสารทางการเมือง แก่นสำคัญไม่ใช่ถ้อยคำสวยงาม

“ทุกครั้งที่จะพูด ต้องเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ และต้องเชื่อในสิ่งที่พูด”


คนรุ่นใหม่ ระบบใหม่ และนโยบายที่ไม่ควรเป็นสูตรสำเร็จ

เมื่อพูดถึงคนรุ่นใหม่ อภิสิทธิ์ชี้ว่าความคาดหวังเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างชัดเจน

“คนรุ่นนี้ต้องการความเป็นอิสระ ไม่จำเป็นต้องทำงานแบบเดิม อยู่ที่เดียวทั้งชีวิต”

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้รัฐต้องปรับระบบครั้งใหญ่

“ระบบการศึกษาต้องรับรองทักษะ ไม่ใช่ยึดติดกับปริญญา ระบบการเงินต้องรองรับธุรกิจที่พร้อมรับความเสี่ยง”

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ต้องดูแลทั้งคนวัยทำงานตอนกลาง และผู้สูงอายุที่ยังมีพลังจะทำงานต่อได้”


ประสบการณ์ยาวนาน ในฐานะพลัง ไม่ใช่อุปสรรค

ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ที่มีเส้นทางการเมืองยาวนาน อภิสิทธิ์สรุปมุมมองของตนเองอย่างชัดเจน

“ถ้าอยู่นานแล้วไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ นั่นคือปัญหา แต่ถ้าเปิดใจเรียนรู้ตลอดเวลา ประสบการณ์คือพลัง”

และประโยคที่สรุปบทสนทนาทั้งหมดไว้ได้ชัดเจน

“บทเรียนจากโลกเก่า ต้องถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนโลกใหม่ให้เกิดขึ้นจริง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง