เปิด 5 โจทย์ท้าทาย ปัญหาสิ่งแวดล้อม 2569 ที่ต้องใช้กลไกจากภาครัฐช่วยแก้ไข

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เกี่ยวกับ ความท้าทายของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2569 ที่ทุกคนต้องเผชิญ
1.ปัญหาขยะมูลฝอยตกค้างในสิ่งแวดล้อม
ประเทศไทยมีขยะชุมชนเกิดขึ้นปี2567-2568 ถึง 28.63ล้านตัน เก็บรวบรวมและนำกลับบมาใช้ใหม่ 10.51 ล้านตัน กำจัดไม่ถูกวิธี 4.73 ล้านตันหรือกองเป็นภูเขาทั่วประเทศอยู่ประมาณ1,800แห่ง มีปัญหาทั้งกลิ่นเหม็น แมลงและสัตว์แทะ ปนเปื้อนทั้งในดิน น้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน เกิดไฟไหม้เป็นประจำ เป็นต้น
2.โรงงานสีเทาและอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ
รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อ หรือเช่าซื้อเพื่อลงทุนประกอบกิจการโรงงานในประเทศไทย โดยการจ้างแรงงานต่างชาติและไม่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศหรือใช้เป็นเพียงส่วนน้อย เป็นลักษณะของการผลิตสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานเพื่อลักลอบจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกเพื่อการหลบเลี่ยงภาษีโดยการสวมสิทธิเป็นสินค้า Made in Thailand
การที่เข้ามาตั้งในประเทศไทยได้ส่วนใหญ่อาศัยความร่วมมือจากข้าราชการท้องถิ่น บางส่วนดำเนินการผิดกฎหมายในหลายธุรกิจโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปรา จีนบุรี สระแก้ว ระยอง รวมทั้ง สมุทรสาคร สมุทรปราการ เป็นต้น เน้นในธุรกิจรีไซเคิลขยะและอิเล็กทรอนิกส์ มีการลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมไว้ในพื้นที่โรงงานและในที่ที่อื่นๆ เช่น บ่อดินที่ขุดไว้ จังหวัดชลบุรีเป็นจุดที่มีการตรวจพบโรงงานรีไซเคิลที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก เช่น ในพื้นที่บ้านบึง มีโกดังหลายสิบแห่งดำเนินการผิดกฎหมาย เป็นต้น
3.ปัญหาโลกร้อน
ภัยพิบัติต่างๆ เช่นพายุ น้ำท่วม ดินถล่ม ภัยแล้ง ไฟป่า แผ่นดินไหว เป็นต้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โลกร้อนขึ้นจากก๊าซเรือนกระจก ประเทศไทยต้องเริ่มลดก๊าซ CO2 ,CH4 และ N2O โดยประเทศไทยต้องมีโครงการลดการใช้ฟอสซิลลงอย่างจริงจังตามที่ไปสัญญาในการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ดังนั้นในปี2569จะเริ่มเห็นการผลักดันพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีโครงการโรงไฟฟ้าขยะ โรงไฟฟ้าชีวมวล พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์และรถยนต์ไฟฟ้าเกิดมากขึ้น
ปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติจะเกิดขึ้นในปี2569มากขึ้น เห็นได้ชัดคือในช่วงข้างขึ้นหรือข้างแรม 15 ค่ำ น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นมาค่อนข้างผิดปกติ จนเกือบถึงพื้นที่เศรษฐกิจในจังหวัดชาย ฝั่งทะเล เช่น ชลบุรี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร เป็นต้น ในปี 2569 ประเทศไทยอาจจะเกิดภัยแล้ง หลังจากกลางปีไปแล้วเนื่องจากภาวะเอลนีโญที่กลับมา ความแห้งแล้งและอากาศร้อนจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งไฟป่า ไฟไหม้กองขยะอาจจะกลับมา ดังนั้นการ เตรียมความพร้อมเพื่อรับภัยพิบัติจากธรรมชาติรัฐบาลจะต้องจริงจังมากขึ้น ไม่ซ้ำรอยในกรณีน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ปี 2568
4.ฝุ่นPM2.5
ปัญหาฝุ่นควันคงกลับมารุนแรงอีกครังในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนเมษายน รัฐบาลคงแก้ไขไปตามสภาพ ซึ่งปีนี้โชคดีที่สภาพอุตุนิยมวิทยาปลอดโปร่งไม่มีสภาวะฝาชีมาครอบมากนัก การแก้ไขปัญหาในเมืองให้เป็นรูปธรรมต้องรอการจัดการของกรมควบคุมมลพิษและผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนนอกเมืองต้องควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิดให้ได้
5.การตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย
การตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายจากภาคประชาชนจะเข้มข้นมากขึ้น หลายส่วนจะพูดเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าร่วมเป็น Parnership หรือร่วมตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับโครงการที่มาตั้งในพื้นที่ของตนเองมากกว่าการไปจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ระบบการจัดทำราย งาน EIA/EHIAจะถูกตรวจสอบมากขึ้น การอนุมัติโครงการจะยากกว่าเดิม โครงการที่จะขออนุญาตในพื้นที่ EEC และพื้นที่ภาคใต้จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ดังนั้นการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 พรรคการเมืองใดจะแพ้หรือชนะจะตัดสินกันด้วยนโยบายเทาง ด้านเศรษฐกิจ สังคมความมั่นคง คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
งานด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าครึ่งคืองานด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและงานแก้ ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม งานจัดการภัยพิบัติ ดังนั้นแนวทางหรือมาตรการต้องมาจากข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์และการยอมรับของนักวิชาการและประชาชน การพูดหาเสียงโดยไม่ได้วิเคราะห์และลงรายละเอียดอาจนำไปสู่ความพ่ายแพ้ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
