"ภูมิใจไทย VS ไทยสร้างไทย" ประชันนโยบายเศรษฐกิจ ประชานิยม-เศรษฐกิจคนตัวเล็ก "เลือกตั้ง 69" รีเซ็ตประเทศไทย

หมัด ต่อ หมัด นโยบายเศรษฐกิจ "เลือกตั้ง 69" ประชัน 2 พรรคภูมิใจไทย และพรรคไทยสร้างไทย ตั้งแต่ คนละครึ่ง พลัส นโยบายประชานิยม หรือการหนุนเศรษฐกิจคนตัวเล็ก "รีเซ็ตประเทศไทย"
เปิดนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง เลือกตั้ง 2569 ในงานประชันวิสัยทัศน์ “TNN Debate รีเซ็ตประเทศไทย” จัดโดยสถานีโทรทัศน์ TNN 16 การจับคู่ถามตอบระหว่างตัวแทนของ "พรรคภูมิใจไทย" และ "พรรคไทยสร้างไทย"
"พรรคภูมิใจไทย" รีเซ็ตประเทศอย่างไร ?
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขอเริ่มต้นที่เรื่องความมั่นคงก่อน เพราะถ้าประเทศไทยจะไปต่อได้ต้องเริ่มต้นที่ความมั่นคง ถ้าประเทศขาดความสามัคคี ถ้าไม่มั่นคง ยังมีปัญหาที่ชายแดน เรายังสู้รบกับกัมพูชา โดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร การพัฒนาก็เกิดขึ้นไม่ได้ เศรษฐกิจก็ไม่โต เพราะไม่มีนักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทย
เพราะฉะนั้นสิ่งแรก คือ เราต้องสถาปนาพื้นที่รักษาอธิปไตยของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชายแดน หรือการแสดงเจตจำนงของเราในเวทีโลก ต้องเป็นไทยในเวทีโลก และเมื่อมีความมั่นคงแล้วโอกาสของประเทศอยู่ที่การดึงการลงทุนใหม่ๆ เข้ามาในประเทศ เพื่อสร้างรายได้ ทำให้เศรษฐกิจโตขึ้น สภาวะของเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ตกอยู่ในสภาวะค่อนข้างวิกฤต GDP วันนี้เราต้องมองดูประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม
ดังนั้นจึงต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการที่มีความรับผิดชอบ เช่น คนละครึ่ง เพราะคนซื้อก็ได้ คนขายก็ได้ และมีการกระตุ้นหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจให้ GDP โตขึ้นไป ต้องโตเต็มศักยภาพที่ระบบที่ไม่ใช่เป็นนโยบายประชานิยมให้เปล่าอย่างเดียว และการพลัส คือ การดึงพ่อค้าแม่ค้าเข้าไปในระบบ หาตลาดให้ มีการพัฒนาทักษะต่อยอดไปเพิ่มขีดความสามารถ
เรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะประเทศเราไม่ได้เงินมากมาย ไม่มีเงินจะไปจำนำ ไปประกันราคาข้าวไม่มี แต่ขายข้าวได้ วันนี้จะเห็นว่าราคาข้าวเพิ่มขึ้นแล้ว ที่สำคัญ คือ เมื่อดึงนักลงทุนมาลงทุน ขยายฐานอุตสาหกรรมใหม่ๆ แล้ว ยังไงก็ต้องเซฟธุรกิจไว้ให้คนไทยด้วย พวกศูนย์เหรียญเราไม่เอา Made in Thailand ต้องมาก่อน เป็นเรื่องของคุณภาพสิ่งแวดล้อม แล้วก็มูลค่าทางเศรษฐกิจ
คำถามจาก "พรรคไทยสร้างไทย" ถึง "พรรคภูมิใจไทย"
ดร.โภคิน พลกุล แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ได้มีคำถามต่อนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ถึงการผลักดันจีดีพีประเทศไทยว่า จากนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จะไปเพิ่มการเติบโตให้กับใครคนข้างบน หรือเฉลี่ยมาคนข้างล่าง จะสามารถกระจายได้ทุกระดับหรือไม่
ด้านนายเอกนัฎ ตอบว่า จีดีพีที่จะผลักดันให้เติบโตนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.6% แต่ที่ผ่านมาหลังจากพรรคภูมิใจเข้ามา 2 เดือนกว่า ก็ได้ทำโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัสไป และเพียงแค่เฟสแรกก็สามารถพยุงเศรษฐกิจขึ้นมาได้ เป็นการกู้จากการที่เศรษฐกิจตกหล่นอยู่ที่ระดับ 0 % เป็นประมาณ 1% กว่า แต่ถ้าเราสามารถโตเต็มศักยภาพของเราได้ เราสามารถดึงการลงทุนเข้ามาได้ เพราะตอนนี้ความหวังเครื่องยนต์เศรษฐกิจ เรื่องของการ Consumption หรือว่าการใช้สอยทางภาครัฐ ยังเจอกับข้อจำกัด คือ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาหนี้สาธารณะ
เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องดึงเม็ดเงินการลงทุนมาเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการเซฟอุตสาหกรรมมูลค่าเหล่านี้ให้กับคนไทย ก่อนหน้านี้เรามักจะดูตัวเลขเดียวก็คือการส่งออก ปรากฏว่าส่งออกยิ่งส่งออกเรายิ่งขาดทุนเหมือนขายตั๋วการบินไทยสมัยก่อน แต่วันนี้จะต้องเป็นการผลิตที่เซฟมูลค่าให้กับธุรกิจของคนไทย ธุรกิจแบบศูนย์เหรียญเราไม่เอา และคาดการณ์ว่าจะโตเต็มศักยภาพได้ไม่ต่ำกว่า 3% แล้วถ้าเราสามารถปรับโครงสร้าง ยกระดับเรื่องกติกาทำ Thailand Plus ต้องสะดวก สะอาด โปร่งใส ทำแบบนี้ได้ มั่นใจครับว่าเศรษฐกิจไทยโตได้ไม่ต่ำกว่า 4-5% ไม่น้อยหน้าเวียดนามได้อย่างแน่นอน
"พรรคไทยสร้างไทย" รีเซ็ตประเทศอย่างไร ?
ดร.โภคิน พลกุล แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า นโยบายของพรรคไทยสร้างไทยนั้นได้สร้างแพลตฟอร์มไว้แล้ว และสิ่งที่สำคัญที่เรามอง คือ เศรษฐกิจของคนตัวเล็ก เรื่องแรกคือเรื่องหนี้ ทำยังไงก็ต้องมีวิธีจัดการแก้ปัญหาหนี้ เรามีวิธีการ แต่ที่สำคัญกว่า คือ คนตัวเล็กที่อยู่นอกระบบธนาคารทั้งหมดนั้นมีการพึ่งพาหนี้นอกระบบ ซึ่งเจอกับดอกเบี้ยสูงกว่าร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือร้อยละ 240 ต่อปี ขณะที่คนตัวใหญ่คนในระบบกู้ธนาคารประมาณร้อยละ 3.5 ถ้าออกพันธบัตร ออกเงินหุ้นกู้เองก็ประมาณร้อยละ 3 อาจจะถึง 6 แล้วแต่เรตติ้งว่าดีมากหรือดีน้อยแค่ไหน
ปัญหาใหญ่ของคนตัวเล็กเหล่านี้ก็คือว่า รวมทั้ง SME ชาวไร่ชาวนาทั้งหลาย 1. เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ 2. ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มี Know How 3. การตลาดทุบเบี้ยหัวแตก ไม่มีสเกลออฟ Economy ที่การตลาดมันใหญ่พอ ถามว่าคนตัวเล็ก มีเครดิตไหม คำตอบคือไม่มี ที่ผ่านมาเรามีนโยบายบางพรรคที่แบบเอาเงินไปแจกคนละหมื่นบาท อันนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย อาจจะกระตุ้นได้แค่ในชั่วคราว แต่สำหรับพรรคไทยสร้างไทยไม่ใช่ เราให้เครดิตคนละหมื่น แต่ไม่ได้ให้ที 55 ล้านคน แต่จะเอาเฉพาะคนจนที่ลงทะเบียนไว้บวกกับชายขอบ มีอยู่ประมาณ 20 ล้านคน เราใช้เงินตรงนี้ประมาณ 2 แสนล้าน เอาเครดิตไป แต่ต้องมีการใช้คืน โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน
นอกจากนี้สำหรับกลุ่ม SME สามารถมากู้ได้ โดยคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 เพราะร้อยละ 87 ของ SME ในไทย ไม่อยู่ในระบบธนาคาร ถามว่าคนเหล่านี้ก็เอาเงินมาจากไหน คำตอบ คือ นอกระบบทั้งหมด เราจึงต้องแก้ตรงนี้ ส่วนเรื่ององค์ความรู้ประสานกับสถาบันการศึกษาได้ ตลาดเราก็มีแอปที่เราสามารถรวบรวมให้เขามีพลังมากขึ้นได้ ตนเชื่อว่าทำอย่างนี้แล้วประเทศจะมีพลัง
คำถามจาก "พรรคภูมิใจไทย" ถึง "พรรคไทยสร้างไทย"
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ถามว่ารัฐบาลของไทยมักจะติดหล่มเรื่องของกับดักเรื่องของนโยบายประชานิยม โดยเชื่อว่าการที่จะช่วยเศรษฐกิจ การที่จะช่วยคนไทย ต้องใช้เงินเสมอ ดังนั้นจึงจะถามว่าเรามีวิธีไหน ที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจโตขึ้น ช่วยคนไทยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยที่ไม่ใช้เงิน
ทางด้านของดร.โภคิน จากพรรคไทยสร้างไทย กล่าวตอบว่า สิ่งแรก คือ การแก้กฎหมายที่ล้าหลังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ถัดมา คือ การให้เครดิตกับกลุ่มคนตัวเล็ก ถ้าเขารักษาเครดิตได้ดี มันก็เพิ่มวงเงินให้เขาขึ้นไปได้ อาจจะไม่เกิน 100,000 บาท เขาอาจจะเอาเงินส่วนนี้ไปใช้หนี้นอกระบบ เอาไปทำธุรกิจเล็กๆ แล้วจะมีเงินที่หมุนเวียนตรงนี้ขึ้นมา ทั้ง SME บวกกับ Startup บวกกับธุรกิจท่องเที่ยว ตรงกับทิศทางที่พรรคไทยสร้างไทยเสนอว่าเราต้องเก่งเรื่องอาหาร เรท่องเที่ยว และสุขภาพ ถ้าหมุนอยู่ตรงนี้ คนตัวเล็กตัวน้อยก็โตได้หมด ชาวไร่ชาวนาก็โตได้หมด
แต่ปัจจุบันนี้เงินในประเทศ เช่น เงินฝากธนาคารมีอยู่ 17 ล้านล้าน มันนอนนิ่งๆ อยู่ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศมีอีก 9 ล้านล้าน ก็นิ่งอยู่ เศรษฐกิจนอกระบบอีก 8 ล้านล้าน จึงเห็นภาพว่าเงินมันล้นประเทศ แต่มันอยู่ที่คนข้างบนนิดเดียวเท่านั้น มันยังไม่ลงมา หากรัฐบาลไปกู้มา คือ ดอกเบี้่ยร้อยละ 3 กี่แสนล้านก็หมดในพริบตา ดังนั้นจึงขอเน้นการแก้กฎหมาย เรียกว่ากระจายรายได้ให้เกิดความทั่วถึง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
