แพทย์เผยเหตุติดโควิดต้องนอน รพ. ชี้เชื้อลงปอดเร็ว เร่งสต๊อกยาฟาวิพิราเวียร์

แพทย์เผยเหตุติดโควิดต้องนอน รพ. ชี้เชื้อลงปอดเร็ว เร่งสต๊อกยาฟาวิพิราเวียร์
มติชน
17 เมษายน 2564 ( 13:04 )
14
แพทย์เผยเหตุติดโควิดต้องนอน รพ. ชี้เชื้อลงปอดเร็ว เร่งสต๊อกยาฟาวิพิราเวียร์

เมื่อวันที่ 17 เมษายน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า การรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เชื้ออังกฤษกลายพันธุ์ B.1.1.7 ที่เริ่มระบาดในประเทศไทยขณะนี้ รวมถึงผลการศึกษาของต่างประเทศพบว่า เชื้อแพร่เร็ว ทำให้มีผู้ติดเชื้อมาก เปอร์เซ็นการเสียชีวิตก็ไม่ต่างไปจากสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่พบว่ามีปอดอักเสบปอดบวมมากขึ้น โดยเฉพาะปอดบวมโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว

 

 

“นี่จึงเป็นสาเหตุที่เราอยากให้ผู้ป่วยทุกคนเข้ามาอยู่ที่สถานพยาบาลที่จัดให้ เพราะมาอยู่ตรงนี้ เราจะสามารถทำการวัดออกซิเจนในเลือดได้จะทำให้ทราบการดำเนินโรคที่ชัดเจน” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

 

 

อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม กรณีที่อยู่ระหว่างรอเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลนั้นสามารถสังเกตอาการตัวเองได้โดยเดินเร็วๆ เป็นเวลา 10 นาที หากมีการหายใจเหนื่อยหอบผิดปกติ ให้สงสัยว่าเริ่มมีปัญหาปอดอักเสบ ปอดบวม

 

 

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการรักษาไม่ได้แตกต่างจากเดิม ยังเน้นการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะนี้สต๊อกยาเดิมมี 400,000 เม็ด ปัจจุบันมีการใช้วันละ 20,000 เม็ด ดังนั้น ยาที่มีอยู่ 4 แสนเม็ด จึงคาดการณ์ว่าจะใช้ได้ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้สั่งการให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สั่งซื้อยาเพิ่มอีก 500,000 เม็ด จะมาถึงไทยในวันที่ 29 เมษายนนี้

 

 

“ดังนั้น สต๊อกยาที่มีอยู่เดิมบวกกับที่จะเข้ามาใหม่หากคนไข้เพิ่มขึ้นวันละประมาณไม่เกิน 2-3 พันราย ยาจะมีพอใช้ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้รองนายกฯ ให้ อภ.จัดหาเพิ่ม เติมมาด้วย” นพ.สมศักดิ์ กล่าวและว่า ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 มีอาการรุนแรงขึ้นจากการรักษาในช่วง 16 วันที่ผ่านมา พบว่าสาเหตุของความอ้วน ทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงที่จะเจ็บป่วยง่ายระมัดระวังตนเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง