สารเคมีตกค้างชั่วนิรันดร์ ภัยเงียบที่ยืดเยื้อเกินกว่าการสู้รบ

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก SonthiKotchawatเกี่ยวกับสารเคมีตกค้างชั่วนิรันดร์จากสงคราม ภัยเงียบที่ยืดเยื้อเกินกว่าการสู้รบ
การทำสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการ Operation Epic Fury ไม่ได้สร้างเพียงความเสียหายทางกายภาพจากการโจมตีทางอากาศและการทิ้งระเบิดเท่านั้น แต่ยังทิ้งร่องรอยของมลพิษทางเคมีที่อันตรายอย่างยิ่ง นั่นคือสาร PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) หรือที่ถูกเรียกว่า “สารเคมีชั่วกัลปาวสาน” (Forever Chemicals) ซึ่งเป็นหนึ่งในมลพิษทางทหารที่ตกค้างยาวนานและยากต่อการกำจัด
PFAS เป็นกลุ่มสารเคมีสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมากกว่า 10,000 ชนิด มีคุณสมบัติเด่นคือทนความร้อน กันน้ำ กันน้ำมัน และป้องกันคราบสกปรกได้ดี ด้วยพันธะคาร์บอน-ฟลูออรีนที่แข็งแรงมาก ทำให้สารกลุ่มนี้ไม่สามารถย่อยสลายได้ง่ายในธรรมชาติ จึงสะสมอยู่ทั้งในสิ่งแวดล้อมและในร่างกายมนุษย์เป็นเวลานาน จนได้รับสมญานามว่าเป็น “สารเคมีชั่วนิรันดร์”
ในบริบทของสงคราม PFAS ถูกปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมจากหลายแหล่งสำคัญ หนึ่งในนั้นคือโฟมดับเพลิง (Firefighting Foams) ซึ่งถูกใช้ในปริมาณมหาศาลเพื่อควบคุมเพลิงไหม้จากการระเบิดในฐานทัพอากาศ คลังน้ำมัน และคลังอาวุธ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าประมาณ 20% ของกระสุนและระเบิดทั่วไปของสหรัฐฯ มีสาร PFAS เป็นส่วนประกอบ โดยคิดเป็นประมาณ 1–3% ของน้ำหนักระเบิดสุทธิ อีกทั้งยังพบในระบบนำวิถีขีปนาวุธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชุดป้องกันต่าง ๆ เมื่อเกิดการระเบิด สารเหล่านี้จะไม่ถูกทำลายทั้งหมด แต่กลับฟุ้งกระจายไปในอากาศ แทรกซึมลงสู่ดิน และปนเปื้อนในแหล่งน้ำ
ความอันตรายของ PFAS อยู่ที่ความคงทนและการสะสมในร่างกายมนุษย์ (Bioaccumulation) เมื่อได้รับในปริมาณสูงหรือเป็นเวลานาน มีความเชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น มะเร็งไต มะเร็งอัณฑะ โรคตับ ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ระดับคอเลสเตอรอลสูง รวมถึงภาวะมีบุตรยาก นอกจากนี้ยังอาจลดประสิทธิภาพของวัคซีน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในเด็ก
ในระดับสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ฐานทัพทหาร ซึ่งมีการตรวจพบระดับสาร PFAS ในแหล่งน้ำดื่มสูงกว่ามาตรฐานที่หน่วยงานอย่าง Environmental Protection Agency กำหนดไว้หลายเท่า สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตมลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว
ท้ายที่สุด แม้เสียงปืนจะเงียบลง แต่ผลกระทบจากสารเคมีอย่าง PFAS ยังคงดำรงอยู่ต่อไปในธรรมชาติและร่างกายมนุษย์ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสงครามไม่ได้จบลงเพียงในสนามรบ หากแต่ทิ้งมรดกอันตรายที่อาจส่งต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
