"หุ้นไทย" มี.ค.ดิ่ง 5% ต่างชาติขายเฉียด 4 หมื่นลบ. แต่ยังเด่นกว่าภูมิภาค ไตรมาสแรกบวก 15%

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,448.14 จุด ลดลง 5.24% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนความกังวลของผู้ลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวลดลงในระดับที่น้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์หลักในภูมิภาคเอเชีย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความคล่องตัวในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 SET Index ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 15%
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลท.กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสุทธิคิดเป็นสัดส่วนถึง 6% ของรายได้ประชาชาติ และ 58% ของปริมาณที่นำเข้าทั้งหมดมาจากแหล่งผลิตในตะวันออกกลาง แต่ SET Index ปรับตัวลดลงสะท้อนสถานการณ์วิกฤตพลังงานไปในระดับหนึ่งแล้ว
ทั้งนี้ การวิเคราะห์โดยอิงจากประมาณการกำไรในอนาคตของนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าราคาบางหลักทรัพย์อาจปรับลดลงมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน แม้ว่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะปรับลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตด้านพลังงานไปพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ดี ยังคงมีความไม่แน่นอนในหลายด้านที่ยังต้องติดตาม และอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในระยะข้างหน้า ในส่วนของมาตรการภาครัฐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการ 7 มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เมษายน 2569
ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมีนาคม 2569
ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,448.14 จุด ลดลง 5.24% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาคจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม SET Index ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2568
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี สินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากร
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai เดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 75,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.69% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 65,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 39,754 ล้านบาทในเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิสะสมที่ 19,152 ล้านบาท
ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 53.85% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 32.17% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.36% และบริษัทหลักทรัพย์ 6.62%
Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมีนาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 14.96 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.67 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.40 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 16.36 เท่า
อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นมีนาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.94%
ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมีนาคม 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 714,006 สัญญา เพิ่มขึ้น 6.81% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ SET50 Index Futures และ SET50 Index Options ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 613,979 สัญญา เพิ่มขึ้น 47.47% เมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของปี 2568
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
