รีเซต

นักกฎหมายถกเดือด ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงโมฆะ?

นักกฎหมายถกเดือด ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เสี่ยงโมฆะ?
TNN ช่อง16
19 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:57 )
23

ปม “บาร์โค้ด” จุดชนวนวิกฤตเลือกตั้ง 2569

ข้อถกเถียงเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 กลายเป็นประเด็นร้อน หลัง วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แสดงความเห็นระหว่างบรรยายที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ว่าแนวทางดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ซึ่งกำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็น “โดยตรงและลับ” และอาจมีผลร้ายแรงถึงขั้นให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ข้อกังวลสำคัญอยู่ที่ความเป็นไปได้ในการตรวจสอบย้อนกลับ หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จนทราบได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด ก็อาจถือว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับอีกต่อไป




วิษณุเสนอ 2 แนวทางตีความ “ลับหรือไม่ลับ”

อดีตรองนายกฯ เสนอการพิจารณา 2 แนวคิด

แนวคิดแรก เห็นว่าการมีบาร์โค้ดเปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ จึงไม่สอดคล้องกับหลักการ “ลับ” เพราะความลับต้องคงอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะขณะกากบาทในคูหา

แนวคิดที่สอง มองว่าความลับพิจารณาเฉพาะขณะลงคะแนน หากในคูหาไม่มีผู้ใดสามารถเห็นการลงคะแนน ก็ยังถือว่าเป็นการเลือกตั้งโดยลับ แม้ภายหลังจะมีข้อสงสัยเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูล

วิษณุระบุว่าความเห็นส่วนตัวเอนเอียงไปทางแนวคิดแรก แต่ย้ำว่าเป็นเพียงความเห็นทางวิชาการ ไม่อาจคาดการณ์คำวินิจฉัยของศาลได้ พร้อมยกตัวอย่างปี 2549 ที่การจัดคูหาหันออกด้านนอกนำไปสู่คำวินิจฉัยให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ และคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องรับผิดทางกฎหมาย


นักวิชาการโต้ ไม่ควรล้มทั้งระบบ

ด้าน สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงจุดยืนผ่านบทความว่า แม้การพิมพ์บาร์โค้ดอาจขัดหลัก “เลือกตั้งโดยลับ” แต่การจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องพิจารณาว่ามีผลบิดเบือนเจตจำนงประชาชนหรือไม่

สุทธิชัยเห็นว่าการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะโดยง่าย จะกระทบเสถียรภาพประชาธิปไตยในระยะยาว เพราะกลไกการเลือกตั้งคือช่องทางหลักที่ประชาชนใช้ถ่ายทอดอำนาจอธิปไตย หากล้มทั้งระบบโดยไม่มีหลักฐานว่าผลคะแนนถูกบิดเบือน อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่ย้อนกลับมากระทบการเลือกตั้งครั้งอื่นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สุทธิชัยยืนยันว่าหากพบการละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับจริง ต้องมีผู้รับผิด ทั้งในทางวินัย ทางอาญา และอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล



เดินเกม 3 ศาล ฟ้องทั้งปกครอง-รัฐธรรมนูญ-อาญา

สถานการณ์ขยายวงเมื่อภาคประชาชนและนักการเมืองบางส่วนยื่นคำร้องหลายช่องทาง

  • คดีต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ระงับการรับรองผล

  • คำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งขัด ม.85 หรือไม่

  • คดีอาญา ม.157 กล่าวหาเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ร่วมกับ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” รวบรวมรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ โดยตั้งข้อสังเกตว่าบาร์โค้ดอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงเจตจำนง

ขณะเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ชี้แจงภายในกรอบเวลาที่กำหนด


ทางออกระหว่าง “โมฆะ” กับ “เยียวยาเฉพาะจุด”

ข้อเสนอที่ไม่ถึงขั้นล้มทั้งประเทศ คือ การใช้อำนาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดลงคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีปัญหา โดยอาศัยกลไกตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้มากกว่าการเริ่มต้นใหม่ทั้งระบบ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า การมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นเพียงข้อบกพร่องทางเทคนิค หรือเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานที่กระทบความชอบธรรมของผลเลือกตั้งโดยตรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง