2 ผัวเมีย ขี่จยย.ฝ่าไฟแดง บรรทุกพ่วงเบรกไม่ทัน พุ่งชนทับดับคาที่1 เจ็บ1

2 ผัวเมีย ขี่จยย.ฝ่าไฟแดง บรรทุกพ่วงเบรกไม่ทัน  พุ่งชนทับดับคาที่1 เจ็บ1
ข่าวสด
14 พฤษภาคม 2563 ( 00:40 )
47
2 ผัวเมีย ขี่จยย.ฝ่าไฟแดง บรรทุกพ่วงเบรกไม่ทัน  พุ่งชนทับดับคาที่1 เจ็บ1

 

วันที่ 13 พ.ค. ร.ต.อ.อนุวัฒน์ วัฒนกรการุณย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ พุ่งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนเส้นพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ บริเวณสี่แยกดงประโดก (ขาออกเมือง) หมู่3 บ้านดงประโดก ต.สมอแข อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ

 

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 81-6695 ทะเบียนลูกพ่วง 81-6696 ชัยนาท ชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน วษธ 660 กทม. สภาพทับอยู่ใต้ท้องรถเสียหายพังยับเยิน โดยมีร่างของผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าเลือดไหลนองเต็มพื้น

 

นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงอีก 1 ราย ที่นั่งมากับรถจักรยานยนต์คันประสบเหตุ กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ออกมาให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ

 

เบื้องต้นพบเอกสารในตัวระบุเป็นแรงงานข้ามชาติชื่อ นายแตงโม อายุ 48 ปี ส่วนหญิงสาวที่บาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล คือ นางละออง อายุ 51 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งทั้งคู่ทำงานเป็นพนักงานรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก

 

จากการสอบสวน นายทวี พงษ์เสมา อายุ 52 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การว่า ตนขับรถมาจาก จ.ชัยนาท เพื่อมารับข้าวสารที่ท่าข้าวแห่งหนึ่งใน อ.วัดโบสถ์ เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณสี่แยกดงประโดก ซึ่งฝั่งตนเองเป็นสัญญาณไฟเขียวทางตรง แต่ทันใดนั้นมีรถจักรยานยนต์ขี่มาจากทางแยกฝั่งซ้ายแล้วเลี้ยวตัดหน้าอย่างกะทันหัน

 

จึงทำให้ไม่สามารถเบรกรถได้ทันจึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง เมื่อตั้งสติได้จึงรีบลงไปดูก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์ถูกทับไปกับถนนและมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งตนไม่ได้หลบหนีไปไหนจึงยืนรอให้การกับตำรวจในที่เกิดเหตุ

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญตัวคนขับไปสอบปากคำเพิ่มเติม และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนศพของผู้เสียชีวิตจะติดต่อให้ญาติมารับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง