ดาวเทียม KNACKSAT-2 ฝีมือคนไทยจาก มจพ. ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรจากสถานีอวกาศนานาชาติ ISS

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ วงการอวกาศไทยต้องจารึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2) ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) หรือ King Mongkut's University of Technology North Bangkok ถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพื่อทำภารกิจสำคัญในการเป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันทรัพยากรบนอวกาศ (Ride Sharing Platform) และสาธิตเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย
กำหนดการปล่อยและรายละเอียดภารกิจ
ดาวเทียม KNACKSAT-2 ถูกปล่อยออกจากโมดูลการทดลองคิโบ (Kibo) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ผ่านอุปกรณ์ J-SSOD (JEM Small Satellite Orbital Deployer) เมื่อเวลา 15:55 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย
การปล่อยดาวเทียมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการปล่อยดาวเทียมขนาดเล็ก (CubeSats) จำนวน 6 ดวง ซึ่งประกอบด้วย Gxiba-1, CoRAL, HMU-SAT2, UiTMSAT-2, LEOPARD และ KNACKSAT-2 ของไทย, โดยดาวเทียม KNACKSAT-2 ได้ถูกส่งขึ้นไปรอเตรียมความพร้อมบนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยจรวด H3
นวัตกรรม "Ride Sharing" ฝีมือคนไทย 98%
KNACKSAT-2 เป็นดาวเทียมประเภท CubeSat ขนาด 3U โครงสร้างขนาดประมาณ 30 x 10 x 10 เซนติเมตร ที่มีความโดดเด่นคือการใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศไทยสูงถึง 98%, โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ และเป็นกรณีศึกษาจริงในการพัฒนาบุคลากร
จุดเด่นสำคัญของ KNACKSAT-2 คือ การเป็น "Ride Sharing Platform" หรือพื้นที่แบ่งปันทรัพยากรบนดาวเทียม ซึ่งช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถส่งอุปกรณ์ขึ้นไปทดสอบในอวกาศได้โดยไม่ต้องสร้างดาวเทียมทั้งดวงด้วยตนเอง โดยดาวเทียมดวงนี้บรรทุกเพย์โหลด (Payload) หรืออุปกรณ์ปฏิบัติภารกิจถึง 6-10 ระบบ จากความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
ภารกิจหลักและหน่วยงานร่วมพัฒนา ภารกิจของ KNACKSAT-2 ครอบคลุมหลากหลายด้าน ได้แก่
1. ภารกิจด้าน IoT (Store and Forward) การพัฒนาร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อสาธิตการเก็บข้อมูลจากเซนเซอร์ในพื้นที่ห่างไกล (เช่น กลางทะเล หรือพื้นที่เกษตรกรรม) ผ่านระบบ "Postman" และ "Chef" แล้วส่งข้อมูลกลับมายังสถานีภาคพื้นดิน
2. ภารกิจถ่ายภาพโลก (Camera Mission) เพื่อการสังเกตการณ์โลกจากวงโคจร
3. ภารกิจด้านระบบราง (Train Tracking) ติดตามตำแหน่งและความเร็วของรถไฟไทย โดยร่วมมือกับกลุ่มวิจัยระบบรางของ มจพ.
4. ภารกิจวิทยุสมัครเล่น (Amateur Radio) ให้บริการระบบ APRS Digipeater สำหรับนักวิทยุสมัครเล่น ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ (RAST)
5. ภารกิจเพื่อการศึกษาและเยาวชน โดยมีการสลักชื่อทีม MVPJA EVO. II จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ผู้ชนะการแข่งขัน Space Youth Challenge 2022 ของ NARIT ขึ้นสู่อวกาศเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงความร่วมมือกับโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. และสถาบันต่างประเทศ เช่น Universiti Teknologi MARA (มาเลเซีย) และ University of Perpetual Help System Dalta (ฟิลิปปินส์)
นอกจากนี้ ทีมงานผู้พัฒนาขอเชิญชวนนักวิทยุสมัครเล่นร่วมรับสัญญาณแรก โดยทันทีที่ถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ ดาวเทียมจะเริ่มส่งสัญญาณกลับมายังโลก ทางโครงการฯ ได้เชิญชวนนักวิทยุสมัครเล่นและผู้สนใจร่วมกันรับสัญญาณเพื่อยืนยันสถานะของดาวเทียม
โดยข้อมูลความถี่สำหรับติดตามมีดังนี้
1. สัญญาณเรียกขาน (Callsign): HS0K
2. APRS Digipeater: ความถี่ 145.825 MHz (VHF),
3. Telemetry Beacon: ความถี่ 400.630 MHz (UHF) ส่งสัญญาณแบบ FSK 9600 bps ทุก 1 นาที
ผู้ที่รับสัญญาณได้สามารถส่งข้อมูลกลับมายังทีมพัฒนาผ่านโปรแกรม Packet Forwarder เพื่อรับเกียรติบัตรและของที่ระลึก โดยสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และดูข้อมูลการรับสัญญาณได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ
ดาวเทียม KNACKSAT-2 นับเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยมีความสามารถในการสร้างและพัฒนเทคโนโลยีอวกาศที่ซับซ้อน และพร้อมที่จะก้าวสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของประเทศอย่างยั่งยืน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
