รีเซต

AI ฟังเสียง 1 นาที รู้เสี่ยงอัลไซเมอร์ นักวิจัย Penn State University พัฒนาเทคโนโลยีคัดกรองล้ำยุค

AI ฟังเสียง 1 นาที รู้เสี่ยงอัลไซเมอร์ นักวิจัย Penn State University พัฒนาเทคโนโลยีคัดกรองล้ำยุค
TNN ช่อง16
17 เมษายน 2569 ( 01:28 )

ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและถูกนำไปใช้ในวงการต่าง ๆ ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเพนน์สเตท (Penn State University) ได้นำ AI เข้ามาใช้ตรวจสัญญาณของการเป็นอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) ระยะเริ่มต้นผ่านเสียงพูดในเวลาไม่ถึง 1 นาที ซึ่งเป็นวิธีการที่สามารถค้นพบความผิดปกติได้เร็วกว่าการทดสอบทางการแพทย์แบบดั้งเดิมหลายปี

โรคอัลไซเมอร์เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่เสื่อมสภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มันจะมีการสะสมของกลุ่มโปรตีนคราบพลัคอะไมลอยด์-เบตา (Amyloid-beta plaques) กลุ่มโปรตีนชนิดหนึ่งที่สะสมตัวอยู่ในสมอง ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่พบในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ และกลุ่มใยประสาทที่พันกันในสมอง ส่งผลให้เกิดความบกพร่องทางความจำ การรับรู้ และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันมีการประเมินว่าชาวอเมริกันอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 7 ล้านคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้ และตัวเลขดังกล่าวกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามแนวโน้มของสังคมผู้สูงอายุ

และเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ฮุ่ย หยาง (Hui Yang) ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมอุตสาหการและการผลิต ร่วมกับเควิน เมคูลู (Kevin Mekulu) นักวิจัยระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยเพนน์สเตท (Penn State) ได้พัฒนาและทดสอบ AI เพื่อวิเคราะห์รูปแบบที่ซ่อนอยู่ในเสียงพูดในชีวิตประจำวัน

โดยระบบจะทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในการเลือกใช้คำ ความคล่องแคล่วในการพูด และโครงสร้างประโยค

เนื่องจากเสียงพูดเป็นพฤติกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทั้งความจำ ความสนใจ ภาษา และระบบสั่งการของสมอง ซึ่งมักจะได้รับผลกระทบตั้งแต่ระยะแรกเริ่มของโรค เมื่อเทียบกับการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมแบบดั้งเดิมที่ใช้กระดาษ ซึ่งต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 นาที มีความยุ่งยาก และผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อนไปตามผู้ทำการทดสอบ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยความรวดเร็วและเป็นกลาง

นอกจากนี้ นวัตกรรมดังกล่าวยังเป็นเทคโนโลยีประเภท Agentic AI ซึ่งแตกต่างจาก AI แบบทั่วไปตรงที่มันสามารถวางแผน โต้ตอบ และปรับเปลี่ยนคำถามตามการตอบสนองของผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ ทำให้การตรวจคัดกรองมีประสิทธิภาพและสะท้อนสภาวะถดถอยของการรู้คิดได้ดีเยี่ยม

ในอนาคต เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI ยังสามารถต่อยอดเพื่อวิเคราะห์สัญญาณอื่น ๆ เช่น รูปแบบการกลอกตา สัญญาณทางสรีรวิทยา และพฤติกรรมการเคลื่อนไหว เพื่อให้แพทย์ได้เห็นภาพรวมของสุขภาพทางปัญญาของผู้ป่วยแบบองค์รวม

ปัจจุบัน ทีมวิจัยกำลังทำงานร่วมกับ ดร. นิโคล เอตเตอร์ (Dr. Nicole Etter) และผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทจิตวิทยา ดร. ทิม เบราร์ลี่ (Dr. Tim Brearly) เพื่อนำเครื่องมือนี้ไปทดสอบและบูรณาการเข้ากับสถานดูแลผู้สูงอายุและสถานดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ (Memory care environments) เพื่อยกระดับการดูแลให้ก้าวไปสู่การป้องกันอย่างแท้จริง

ผลงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NSF) และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ ได้แก่ Journal of Alzheimer's Disease Reports ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2025 และ Frontiers in Aging Neuroscience ตีพิมพ์เมื่อ 29 ตุลาคม 2025 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง