"รินริน" คือใคร? เปิดเบาะแสโค้ดเนมปริศนา ผู้บงการสั่งขนเฮโรอีนซุกกระเป๋าช้าง?

นายกฯ สั่งตำรวจขุดรากถอนโคนเครือข่ายส่งยาเสพติดข้ามชาติ
ความคืบหน้าคดีลักลอบส่งเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าลายช้างเพื่อส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระดมชุดสืบสวนด้านยาเสพติดเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด พร้อมขยายผลไปถึงผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกำลังร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และกองพิสูจน์หลักฐาน เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
พบห้องพักใช้เป็นจุดเก็บและแพ็กเฮโรอีน
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นห้องพักของนายอุทัย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในคดีดังกล่าว และพบว่าเป็นสถานที่ใช้เก็บกระเป๋าผ้าลายช้าง รวมถึงเตรียมพัสดุก่อนส่งต่อให้หญิงผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย
ภายในห้องพักพบผ้าลายช้างที่ยังไม่ได้เย็บเป็นกระเป๋า จำนวน 8 ผืน เศษผ้าที่ถูกตัดแต่งเป็นริ้วจำนวนมาก เงินสด โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ เสื้อผ้า และกระเป๋าเป้ที่คาดว่าใช้ในวันนำพัสดุไปส่งยังคอนโดย่านบางนา กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่างผงสีขาวที่ติดอยู่บนเศษผ้า ก่อนใช้เครื่องมือตรวจวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน และมีค่าความเข้มข้นสูงเกือบ 900 จาก 1,000 คะแนน ขณะที่หลักฐานทั้งหมดถูกส่งตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ และข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ
ผู้ต้องหารับสารภาพ รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท
จากการสอบสวน นายอุทัยรับสารภาพว่า ได้รับกระเป๋าผ้าลายช้างที่บรรจุเฮโรอีนจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ก่อนโดยสารรถทัวร์มายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเก็บและรอจัดส่งตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง
ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท และเคยทำลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยหลังทราบข่าวว่าหญิงผู้รับพัสดุถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงนำเฮโรอีนที่เหลือเททิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน
ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ต้องหาได้กล่าวขอโทษหญิงผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในออสเตรเลียผ่านสื่อมวลชน พร้อมยอมรับว่ารู้มาตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าเป็นยาเสพติด
เร่งล่าผู้บงการ ใช้ชื่อโค้ด "รินริน"
แนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์จากบุคคลที่ใช้ชื่อโค้ดว่า "รินริน" โดยไม่ทราบตัวตนที่แท้จริง
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อมูลการสื่อสารจากโทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงคนขับรถที่ใช้ขนส่งพัสดุ หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด จะดำเนินการออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ยกระดับเป็นคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับการดำเนินคดีเป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยประสานการทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP)
เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจถูกดำเนินคดีฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี และปรับสูงสุด 300,000 บาท
CAAT ออกมาตรการใหม่ ห้ามลูกเรือรับฝากสัมภาระ
ภายหลังเกิดคดีดังกล่าว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ออกประกาศมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกประจำลูกเรือ มีผลบังคับใช้ทันที
มาตรการใหม่กำหนดให้ลูกเรือ ห้ามรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของของบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สายการบินมอบหมาย พร้อมกำหนดให้ทุกสายการบินจัดระบบบริหารความเสี่ยง การสุ่มตรวจสัมภาระลูกเรือ และระบบแจ้งเบาะแส หากพบการฝ่าฝืนต้องระงับการปฏิบัติหน้าที่และรายงาน CAAT ทันที
หากสายการบินละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการ อาจถูกดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการเดินอากาศ เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
