สงครามกดดันแบงก์ชาติ"ออสเตรเลีย"ขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 อยู่ที่ร้อยละ 4.1 นับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ติดต่อกันหลังจากขยับขึ้นในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ และนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว
การปรับขึ้นดอกเบี้ยในระดับดังกล่าวสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเกิดขึ้นท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 3 ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ธนาคารกลางออสเตรเลียระบุในแถลงการณ์ว่า ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างมากจากระดับสูงสุดในปี 2565 แต่ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
ปัจจุบัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศและทั่วโลกขยับขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อในประเทศมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายไปอีกระยะหนึ่ง และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม การลงมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นมีเสียงสนับสนุนแบบฉิวเฉียด โดยมีมติเห็นชอบ 5 เสียง และไม่เห็นชอบ 4 เสียง
“พอล บล็อกแซม” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายสินค้าโภคภัณฑ์ประจำออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ของ HSBC กล่าวกับ CNBC ว่า ปัจจัยภายในประเทศเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ เพราะช่องว่างการผลิตที่เป็นบวก เงินเฟ้อที่สูง และอัตราว่างงานที่ต่ำ แต่สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านจะทำให้เงินเฟ้อยังคงสูงต่อเนื่อง ธนาคารกลางจึงไม่มีช่องที่จะรอดูสถานการณ์
ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนความกังวลของ “แอนดรูว์ เฮาเซอร์” รองผู้ว่าการธนาคารกลาง ที่กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เงินเฟ้อยังคงเป็นปัญหา เพราะอยู่ในระดับที่สูงเกินไป
ทั้งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในกรอบที่ร้อยละ 2-3 ภายในสิ้นปีนี้ หรือในปีหน้า ก่อนจะอยู่ในระดับกลางของกรอบเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2571