“3 ผู้สมัคร ส.ส.ปชป. เมืองกาญจน์” ประสานเสียง หนุน “จุรินทร์” นั่ง "นายกรัฐมนตรี” สมัยหน้า

“3 ผู้สมัคร ส.ส.ปชป. เมืองกาญจน์” ประสานเสียง หนุน “จุรินทร์” นั่ง "นายกรัฐมนตรี” สมัยหน้า
มติชน
9 ตุลาคม 2564 ( 15:20 )
10
“3 ผู้สมัคร ส.ส.ปชป. เมืองกาญจน์” ประสานเสียง หนุน “จุรินทร์” นั่ง "นายกรัฐมนตรี” สมัยหน้า

“3 ผู้สมัคร ส.ส.ปชป. เมืองกาญจน์” ประสานเสียง หนุน “จุรินทร์” นั่ง “นายกรัฐมนตรี” สมัยหน้า “จุรินทร์” จ่อลง โคราช 24 ต.ค.นี้ แจงนโยบายปลีกย่อยอยู่ที่แต่ละพื้นที่

 

 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในเรื่องผู้สมัครในภาคตะวันตกของพรรคว่า หากพูดถึง 3 จังหวัดในภาคตะวันตก ประกอบด้วย จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี และจ.ราชบุรี นั้น ในทุกจังหวัดมีแกนนำรับผิดชอบแล้วอย่างชัดเจน เช่นในจ.ราชบุรี มีนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จ.นครปฐม พท.สินธพ แก้วพิจิตร ส่วนจ.กาญจนบุรี ที่มี 5 เขต แต่มีผู้สมัครที่พรรคเคาะแล้ว 3 เขต คือ เขต 1 นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ เขต 2 นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร เขต 3 นายปารเมศ โพธารากุล อย่างน้อยที่สุดทั้ง 5 คนนี้ก็ถือว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายและจะได้ช่วยกันหาผู้สมัครเพิ่มเติมเข้ามาสำหรับเขตที่เหลือด้วย

 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับจุดขายของพรรคปชป.ที่จะช่วยดึงฐานเสียงเก่าและที่จะมีเพิ่มขึ้นอีกนั้น อย่างน้อยที่สุดก็คือ ผู้สนับสนุนพรรคเดิมที่เราเสียไปจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางการเมือง ตนหวังว่าจะกลับมา ขณะเดียวกันสมาชิกใหม่ๆ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคก็มีเยอะ ไม่ใช่ว่าไม่มี และไม่ได้แปลว่าเป็นคนรุ่นใหม่แล้วจะไม่เลือกปชป. ที่สำคัญคือ การลงพื้นที่ต่อเนื่องในระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจุดสำคัญ นอกจากนี้ทิศทางในการทำหน้าที่ของผู้แทนของพรรคก็มีความชัดเจน เช่นในจ.กาญจนบุรีก็มีการพูดคุยกันมาเป็นระยะอยู่แล้วว่า จะมุ่งเน้นในการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรทั้งในสภา ซึ่งในขณะที่เราเป็นรัฐบาล เราก็จะทำหน้าที่ของเราทั้งในส่วนของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและโควิดไปพร้อมกัน สำหรับจ.กาญจนบุรีนั้น ถือว่าขณะนี้ได้รับวัคซีนเข็ม 1 ครบแล้ว และเข็ม 2 ก็มีความคืบหน้าไปแล้วหลายเปอร์เซนต์ แต่สำคัญที่สุดคือทิศทางในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเช่นเดียวกับทั่วประเทศ ซึ่งจ.กาญจนบุรีมีเป้าหมายสำคัญคือ เรื่องการเกษตร การท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ทั้ง 3 เรื่องนี้ก็คือจุดที่ปชป.จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญเป็นพิเศษรวมทั้งผู้สมัครของพรรคที่จังหวัดนี้ด้วย

 

 

เมื่อถามว่า พรรคจะมีนโยบายหาเสียงที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่หรือไม่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนโยบายปลีกย่อยนั้นจะมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ โดยในภาพรวมพรรคก็มีนโยบายอยู่แล้ว แต่จะประกาศเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่และคงไม่เอานโยบายว้าวเป็นหลัก แต่เอาประเด็นที่สามารถแก้ปัญหาประชาชนและโดนใจประชาชนในพื้นที่นั้นจริงๆ เช่น ที่เมืองกาญจน์ การท่องเที่ยวคือสิ่งที่ชาว จ.กาญจนบุรีรอคอย เพราะจะมีผลที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นมาได้และฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง ซึ่งก็ต้องรอวัคซีน ถ้าวัคซีนครบตามเงื่อนไขเมื่อไร การท่องเที่ยวก็น่าจะเริ่มต้นได้ ผู้ประกอบการก็มีความพร้อมและตั้งตารออยู่ ซึ่งผู้แทนของพรรคและผู้สมัครของพรรคก็จะได้ช่วยกันผลักดันต่อไป นอกจากการเกษตรที่เป็นพื้นฐานสำคัญแล้ว ก็คือการค้าชายแดนซึ่งจะมีส่วนช่วยในการทำรายได้ให้คนทั้งจังหวัด โดยเฉพาะด่านเจดีย์สามองค์ที่เป็นจุดสำคัญ ซึ่งในปีหนึ่งสามารถส่งออกไปได้เป็นหลักพันล้าน อันนี้ก็จะมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เศรษฐกิจของเมืองกาญจน์เดินหน้าได้คู่ไปกับการท่องเที่ยว โดยมีการเกษตรเป็นพื้นฐานซึ่งจากนี้การเกษตรก็จะได้รับประโยชน์มากจากนโยบายพรรคปชป. เพราะจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรในพืช 5 ชนิด ทั้งข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มและข้าวโพด ถือว่ากาญจนบุรีได้รับประโยชน์เต็มๆ จากนโยบายประกันรายได้

 

 

เมื่อถามถึง ภาพรวมของการเตรียมการเลือกตั้งใหญ่ซึ่งแต่ละพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคแกนนำรัฐบาลได้กระจายเดินสายทั่วประเทศนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรค ปชป.เราก็ทำมาก่อนหน้านั้นแล้ว อย่างของตนก็มี จุรินทร์ ออนทัวร์ เดินสายไปทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็อยู่จ.จันทบุรี จ.ตราด วันนี้ก็มากาญจนบุรีถัดไปก็จะไป 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขณะเดียวกันก็จะมีอีกทริปคือ จ.ตรัง จ.สตูล จ.พัทลุง สำหรับภาคเหนือก็จะมีจ.เชียงราย จ.แพร่ จ.น่าน จ.พะเยา ภาคอีสานประมาณวันที่ 24 ตุลาคมจะได้ไปนครราชสีมา รวมถึงจะไปจ.อื่นๆ ด้วย

 

ด้านนางศรีสมร กล่าวว่า ตนในฐานะ ส.ส. ที่ได้ทำหน้าที่ทั้งในสภาและในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าทุกจังหวัดประสบปัญหาโควิดและเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งการค้าธุรกิจและท่องเที่ยวหยุดชะงักเกือบ 100% จึงได้ร่วมกันนำเสนอข้อมูลให้หัวหน้าพรรคไปแล้วเพื่อจะได้ร่วมกันหาทางแก้ปัญหาต่อไป

 

ขณะที่นายปารเมศ กล่าวว่า ในพื้นที่เขต 3 ของจ.กาญจนบุรีเป็นพื้นที่เกษตร ส่วนใหญ่ปลูกอ้อยเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาพี่น้องชาวไร่อ้อยกว่า 17,000 คน จะได้มีการยื่นหนังสือเพื่อเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อ้อย ซึ่งมีการพิจารณาผ่านวาระที่ 1 ไปแล้ว และกำลังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อ้อยและน้ำตาล สภาผู้แทนราษฎรฯ เป็นรายมาตรา หากการพิจารณาดังกล่าวผ่านไปได้ก็จะเป็นตัวนำทางสำคัญที่จะทำให้ราคาอ้อยมีราคาดีขึ้น ซึ่งตนเห็นด้วยกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคที่ชูนายจุรินทร์เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายจุรินทร์สามารถดูแลเรื่องการค้าขาย ทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นรวมไปถึงการสร้างสถิติใหม่เรื่องการส่งออก ส่วนด้านการเกษตรจากการที่มีโครงการประกันรายได้ ทำให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะมันสำปะหลังที่มีราคาลอยสูงขึ้นไป จากปกติที่เมื่อมีราคาสูงขึ้นจะมีการปรับราคาลง แต่งวดนี้ท่านจุรินทร์สามารถส่งออกมันสำปะหลังได้มาก ทำให้มีราคาลอยตัวเกษตรกรมีความยินดี

 

สำหรับนายฉัตรพันธ์ กล่าวว่า จ.กาญจนบุรี มี 3 เรื่องหลักคือการเกษตร ท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ตอนนี้จากการลงพื้นที่พบว่าพี่น้องเกษตรกรพึงพอใจมากคือ โครงการประกันรายได้และยังมีโครงการปุ๋ยราคาถูก ที่ให้เกษตรกรรวมกลุ่มซื้อปุ๋ยได้ราคาถูกที่เกษตรจังหวัด นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ดินทำกิน ที่นายนิพนธ์ได้มอบหมายให้ดูแลนั้นมีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในหลายพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านรอมาหลาย 10 ปี รอบนี้สามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำของจังหวัดกาญจนบุรีที่ท่านหัวหน้าให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกำลังรวบรวมข้อมูล และใช้กลไกของรัฐบาลเพื่อผลักดันให้แก่พี่น้องจ.ชาวกาญจนบุรีต่อไป

 

ทั้งนี้ว่าที่ผู้สมัครจ.กาญจนบุรีทั้ง 3 คน ยืนยันว่า พวกตนทั้ง 3 คนพร้อมประกาศให้นายจุรินทร์ เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะผลงานที่ได้ทำมาเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง