รีเซต

"ไหล่ทาง" เป็นของใคร? คนเดินได้ไหม? หลังชาวเน็ตวิจารณ์พระควรหยุดธุดงค์ข้างทาง

"ไหล่ทาง" เป็นของใคร? คนเดินได้ไหม? หลังชาวเน็ตวิจารณ์พระควรหยุดธุดงค์ข้างทาง
TNN ช่อง16
9 กรกฎาคม 2569 ( 13:29 )
17

จากกรณีเด็กอายุ 11 ขวบขับรถชนพระสงฆ์ที่เดินธุดงค์บนไหล่จนมีพระมรณะภาพ และ บาดเจ็บจำนวนมาก ประกอบกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก รายหนึ่งได้ออกมาแสดงความเห็นว่า 

"ถนนเป็นของรถไม่ใช่ที่เดินของพระ ถ้าเด็กไม่ชนวันนี้ วันหน้ายังมีคนเมา คนเบรกแตก คนวูบเพราะโรค พร้อมกับติดแฮชแท็กหยุดเดินธุดงค์ข้างทางได้แล้ว" 

ข้อความดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลายคนตั้งคำถามว่า "พระไม่ควรเดินบนไหล่ทางหรือไม่" ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า "คนเดินเท้าก็มีสิทธิใช้ไหล่ทางเช่นกัน" 

คำถามคือ ข้อกฎหมายของไทยกำหนดเรื่องนี้ไว้อย่างไร?......

"ไหล่ทาง" ไม่ใช่ของรถ และไม่ใช่ของคนเดิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวง

หากอ้างอิงตาม พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ได้ให้นิยามคำว่า "ไหล่ทาง" ไว้อย่างชัดเจนว่า

"ไหล่ทาง หมายความว่า ส่วนหนึ่งของทางหลวงที่อยู่ติดต่อกับทางจราจรทั้งสองข้าง"

นอกจากนี้ กฎหมายยังนิยามคำว่า "ทางหลวง" ไว้ว่า หมายถึงทางหรือถนนที่จัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะ และ รวมถึงคันทาง ไหล่ทาง เกาะกลางทาง ทางเท้า ต้นไม้ และสิ่งอื่นที่เป็นส่วนประกอบของทางหลวง ด้วย

จึงหมายความว่า ไหล่ทางเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงาน เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และ กฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติว่าเป็นพื้นที่ของรถยนต์เพียงฝ่ายเดียว

กฎหมายจราจรรับรองสิทธิของคนเดินเท้าให้ใช้ไหล่ทาง

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ มาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า

"ทางใดที่มีทางเท้าหรือไหล่ทางอยู่ข้างทางเดินรถ ให้คนเดินเท้าเดินบนทางเท้าหรือไหล่ทาง ถ้าทางนั้นไม่มีทางเท้าอยู่ข้างทางเดินรถ ให้เดินริมทางด้านขวาของตน"

ข้อความดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่า กฎหมายรับรองให้คนเดินเท้าใช้ไหล่ทางได้ และหากมีไหล่ทางอยู่ข้างทางเดินรถ คนเดินเท้าควรใช้ไหล่ทางในการสัญจร

ดังนั้น หากถนนไม่มีทางเท้า การเดินบนไหล่ทางจึง ไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมาย

รถสามารถวิ่งบนไหล่ทางได้หรือไม่

แม้หลายคนจะเข้าใจว่าไหล่ทางเป็นพื้นที่ของรถ แต่ในความเป็นจริง ไหล่ทางไม่ใช่ช่องเดินรถ

หน้าที่หลักของไหล่ทางคือเพิ่มความปลอดภัยของถนน รองรับรถเสีย รถจอดฉุกเฉิน งานซ่อมบำรุง และเป็นพื้นที่ให้คนเดินเท้าใช้เมื่อไม่มีทางเท้า

รถยนต์จึงมีหน้าที่ใช้ ช่องเดินรถ เป็นหลัก การนำรถไปวิ่งบนไหล่ทางเพื่อใช้เป็นช่องทางสัญจรหรือแซงรถคันอื่น ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของไหล่ทาง เว้นแต่เป็นกรณีฉุกเฉินหรือกรณีที่กฎหมายหรือเจ้าหน้าที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ

พระเดินธุดงค์บนไหล่ทางได้หรือไม่

พระภิกษุถือเป็นคนเดินเท้าเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป

เมื่อมาตรา 103 รับรองให้คนเดินเท้าใช้ไหล่ทางได้ หากถนนไม่มีทางเท้า พระภิกษุที่เดินธุดงค์บนไหล่ทางจึงอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน

ส่วน มาตรา 108 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่หลายคนหยิบยกมาอ้างนั้น ระบุว่า

"ห้ามมิให้ผู้ใดเดินแถว เดินเป็นขบวนแห่ หรือเดินเป็นขบวนใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร..."

ข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ห้ามการเดินธุดงค์โดยตรง แต่ห้ามเฉพาะการเดินเป็นแถวหรือเป็นขบวน ที่กีดขวางการจราจร เท่านั้น

ดังนั้น หากพระเดินชิดไหล่ทางและไม่ได้กีดขวางการสัญจร ก็ยังไม่อาจถือว่าผิดมาตรา 108 เพียงเพราะเป็นการเดินธุดงค์

การเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้แปลว่าคนเดินเป็นฝ่ายผิด

เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนไหล่ทางในทางกฎหมาย การวินิจฉัยความรับผิดจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น

  • ผู้ขับใช้ความเร็วเหมาะสมหรือไม่
  • ขับรถโดยประมาทหรือไม่
  • รถหลุดออกนอกช่องเดินรถหรือไม่
  • คนเดินอยู่ในตำแหน่งที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
  • สภาพถนน ทัศนวิสัย และพยานหลักฐานอื่น

จึงไม่สามารถสรุปได้เพียงเพราะผู้เสียหายเดินอยู่บนไหล่ทาง

สรุปข้อกฎหมายคนเดินบนไหล่ทางได้ไหม? 

จากบทบัญญัติของกฎหมายไทยสามารถสรุปได้ว่า

  • มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 กำหนดให้ "ไหล่ทาง" เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่ของรถยนต์หรือของคนเดินเท้าโดยเฉพาะ
  • มาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 รับรองให้คนเดินเท้าใช้ไหล่ทางได้ หากมีไหล่ทางอยู่ข้างทางเดินรถ

บทบัญญัติทั้ง มาตรา 4 ของพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 และ มาตรา 103 ของพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 จึงเป็นคำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนว่า ไหล่ทางไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรถยนต์เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงที่กฎหมายรับรองให้คนเดินเท้าสามารถใช้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง