รีเซต

เจ๊เกียว คือใคร? เปิดประวัติ "เจ๊เกียว" ปิดตำนาน "เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย 65 ปี"

เจ๊เกียว คือใคร? เปิดประวัติ "เจ๊เกียว" ปิดตำนาน "เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย 65 ปี"
TeaC
9 พฤษภาคม 2565 ( 13:06 )
6.1K
เจ๊เกียว คือใคร? เปิดประวัติ "เจ๊เกียว" ปิดตำนาน "เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย 65 ปี"

ข่าววันนี้ ราคาน้ำมันปรับขึ้นทุกครั้ง ต้องเห็นเจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย "เจ๊เกียว" ออกมาเคลื่อนไหวขอขึ้นค่าโดยสาร แต่วันนี้ราคาน้ำมันขึ้นไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะเธอตัดสินใจประกาศเลิกประกอบธุรกิจรถโดยสาร บขส. และประกาศขายกิจการ "บริษัทเชิดชัยทัวร์" ออกไป "ปิดตำนานเจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย 65 ปี" งานนี้ทำให้ชื่อ "เจ๊เกียว" คือใคร กลายเป็นใคร ๆ ก็อยากรู้จัก 

เจ๊เกียว คือใคร? 

 

เจ๊เกียว ประวัติ

สำหรับ "เจ๊เกียว" หรือ นางสุจินดา เชิดชัย นอกจากเธอจะเป็นเจ้าของอู่รถเชิดชัยและ บริษัท เดินรถเชิดชัย ที่ถือได้ว่าเป็นบริษัทประกอบรถทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แถมยังนั่งเก้าอี้นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสาร บขส.ด้วย โดยเธอจะถูกพูดถึงทุกครั้งที่น้ำมันขึ้นราคา พร้อมออกมาเคลื่อนไวขอเข้าพบฝ่ายรัฐ เพื่อขอขึ้นราคาอยู่เสมอ ๆ และด้วยบุคลิกเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมา กลายเป็นภาพลักษณ์ให้คนจำจด "เจ๊เกียว"

 

โดยประวัติ เจ๊เกียว ถือเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่งอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เธอดำเนินธุรกิจรถทัวร์มาอย่างยาวนาน 65 ปี และเจอมาทุกวิกฤต ทั้งขาดทุน รายได้ลด หรือถูกโกง 2 พันล้านบาท ก็ผ่านวิกฤตมาทุกช่วงให้ธุรกิจได้เดินต่อ ลูกน้องได้มีกินมีใช้ ถ้าเป็นคนอื่นคงเครียด ทุกข์มาก หนีปัญหา จนล้มเลิกกิจการไปแล้ว

 

เจ๊เกียว เจ้าของรถทัวร์ กับชีวิตวัยเด็ก

แต่สำหรับ "เจ๊เกียว" ไม่ใช่!!! เธอกลับ "แก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา" โดย "เจ๊เกียว" เคยได้ให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์พีพีทีวีตอนหนึ่งได้น่าสนใจว่า ชีวิตตั้งแต่เด็กไม่เคยกลุ้มใจเลยสักครั้ง เพราะเป็นนักสู้ ด้วยความที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เรียนจบเพียง ป.4 แม่ไม่ให้เรียนต่อ ม.1 ทั้งที่เรียนดีสอบได้ที่ 1 มาตลอด หากจะเรียนต่อแค่ยื่นเกรดก็สามารถเข้าโรงเรียนรัฐบาลได้เลย แต่แม่ไม่ให้เรียนด้วยความที่เป็นผู้หญิง จึงตั้งปณิธานว่า ถึงแม่จะไม่ให้เรียนแต่เธอจะต้องรวยกว่าแม่ให้ได้ ล้มแล้วต้องเดินหน้า 

 

และนี่คือชีวิตในวัยเด็ก สะท้อนให้เห็นว่า เธอเป็นนักสู้ที่ไม่แพ้ใคร แม้ว่าวันนี้ "เจ๊เกียว" ที่ดำเนินธุรกิจรถทัวร์มาถึง 65 ปีก่อนตัดสินใจปิดกิจการและประกาศขายบริษัททัวร์ เพราะไปต่อไม่ไหว หลังถูกผลกระทบสารพัดตั้งแต่ภาวะสงครามโรค (โควิด) สงครามเศรษฐกิจ พ่วงด้วยราคาน้ำมันที่ดีดตัวสูงล่าสุด โดยก่อนหน้านี้เธอสามารถยืนหยัดได้ในแวดวงธุรกิจรถทัวร์ไม่ว่าจะเจอวิกฤตมากี่ครั้ง กี่รอบ เพราะการบริหารงาน บริหารลูกน้องกว่า 3,000 คน ด้วยหลักการ 3 อย่างที่ยึดถือมาตลอดจนทุกคนยกให้เธอเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่ง 

 

โดย "เจ๊เกียว" ให้สัมภาษณ์ถึงหลักในการดูแลลูกน้องว่า เราให้เขาโกงได้ 3 อย่าง ไม่ให้โกง 3 อย่าง สิ่งที่ให้โกงได้

  1. โกงไปส่งลูกให้เรียนสูง ๆ เพราะลูกเขาก็เหมือนลูกเรา
  2. โกงไปซื้อที่ดิน
  3. โกงไปเลี้ยงแม่แต่ไม่ให้เลี้ยงพี่น้อง เพราะพี่น้องก็ต้องทำมาหากิน  

 

ส่วน 3 อย่างที่ไม่ให้โกง คือ

  1. โกงไปเล่นการพนัน
  2. โกงไปติดผู้หญิง
  3. โกงไปซื้อทองใส่เยอะ ๆ เพราะถ้าโกงไปซื้อทองแสดงว่าไม่ถูกต้อง อยากให้ซื้อที่ดิน ปลูกบ้าน ตั้งตัว

 

ฉะนั้นลูกน้องของที่นี่จะมีบ้านทุกคน ลูกของลูกน้องจะได้เรียนปริญญากันทุกคนเช่นกัน และนี่คือหลักการดูแลลูกน้องของผู้หญิงที่ชื่อ "เจ๊เกียว" ยืนหนึ่งเจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย ร่วม 65 ปี

 

ทำไมไปต่อไม่ไหว? "เจ๊เกียว" ปิดตำนาน "เจ้าแม่รถทัวร์เมืองไทย 65 ปี"

1. เจ๊เกียว หรือเจ้าแม่รถทัวร์ ระบุถึงสาเหตุในการออกมาประกาศปิดกิจการและประกาศขายบริษัทเดินรถว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งค่าน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเดินรถของตนเอง ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งบริษัทเชิดชัยทัวร์ ที่มีรถอยู่กว่า 200 คัน วิ่งทั้งสายภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ ตอนนี้เหลือรถวิ่งอยู่แค่ 20-30% เท่านั้น

 

2. อีกประมาณ 70% ต้องหยุดวิ่ง จอดรถทิ้งไว้ที่อู่มานานกว่า 2 ปีแล้ว เพราะประสบกับปัญหาขาดทุน เนื่องจากไม่มีผู้โดยสาร และค่าน้ำมันที่แพง วิ่งรถไม่คุ้มกับค่าโดยสาร โดยเฉพาะรถที่วิ่งสายยาว กรุงเทพฯ ไปจังหวัดต่าง ๆ ทั้งภาคอีสานและภาคเหนือ

 

3. ตอนนี้หยุดวิ่งเกือบ 100% เหลือเพียงสายสั้น กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และจังหวัดภาคตะวันออก เนื่องจากว่าหากนำรถออกวิ่งทุกคัน ต้องแบกรับภาคะค่าน้ำมันไม่ต่ำกว่าเดือนละ 4 ล้านบาท แถมค่าแรงคนงาน ค้าจ้างพนักงาน จิปาถะ ที่ต้องจ่ายอีกจำนวนมาก

 

เจ๊เกียว กับวิกฤตโควิด-น้ำมันแพงดีดตัว

4. เจ๊เกียว ยังเล่าว่า บริษัทเชิดชัยทัวร์ ประกอบธุรกิจรถร่วมโดยสาร บขส.มานานกว่า 65 ปีแล้ว ช่วงตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมา เริ่มประสบกับปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง จนกระทั่งมาเจอการระบาดของไวรัสโควิด-19 และค่าน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้นขณะนี้ ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนัก

 

5. และพฤติกรรมของประชาชนก็เริ่มเปลี่ยนไป หลายคนไม่นิยมขึ้นรถโดยสาร บขส.แล้ว หันไปซื้อรถเก๋ง รถกระบะ ขับเองกันหมด ส่วนการเกิดขึ้นของสายการบินโลคอส ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้คนเลิกขึ้นรถทัวร์ หันไปใช้บริการสายการบินโลคอสแทน เพราะค่าโดยสารก็ไม่ต่างกันมาก แต่ใช้เวลาเดินทางเร็วกว่า

 

ปิดกิจการ-ประกาศขายธุรกิจรถทัวร์

6. วันนี้เธอจึงตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกประกอบธุรกิจรถโดยสาร บขส. โดยขายบริษัทเชิดชัยทัวร์ออกไป เพื่อไม่ให้กระทบกับธุรกิจอื่น ๆ แม้ว่าจะรู้สึกเสียดาย แต่ในเรื่องธุรกิจหากทำต่อแล้วมีแต่ขาดทุน ก็ไม่รู้ว่าจะทำต่อไปทำไม

 

7. ตอนนี้ลูก ๆ ทั้ง 4 คน ก็มีกิจการเป็นของตัวเองหมดแล้ว ทุกคนก็ไม่มีใครอยากสานต่อธุรกิจเดินรถ บขส. เพราะมีแต่ปัญหาและกำไรน้อย และเธอเองก็อายุ 85 ปีแล้ว ไม่อยากเหนื่อยกับการต้องทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในบริษัทที่ประสบกับปัญหาขาดทุนอย่างนี้อีกต่อไป อยากวางมือกับธุรกิจรถร่วมโดยสาร บขส. และทุ่มเทเวลาไปให้กับธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังอยู่ เช่น ธุรกิจต่อตัวถังรถโดยสาร, ธุรกิจขายรถยนต์ และธุรกิจให้เช่าที่ดิน เป็นต้น

 

ข้อมูล : TNN, มติชน

ภาพ : ข่าวสด

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

กดเลย >> community แห่งความบันเทิง

ทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง