รีเซต

เสียงสะท้อนความหวังเปิดเทอมใหม่ 2569 อยากให้รัฐบาลแก้ความเหลื่อมล้ำ เรียนฟรี ต้องฟรีจริง

เสียงสะท้อนความหวังเปิดเทอมใหม่ 2569 อยากให้รัฐบาลแก้ความเหลื่อมล้ำ เรียนฟรี ต้องฟรีจริง
TNN ช่อง16
17 พฤษภาคม 2569 ( 10:09 )
10

“ความหวังเปิดเทอมใหม่ 2569: เสียงสะท้อนถึงรัฐมนตรีศึกษาฯ กับภารกิจแก้ความเหลื่อมล้ำ”

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย Thailand Education Partnership (TEP) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ความหวังเปิดเทอมใหม่ 2569: เสียงสะท้อนถึงรัฐมนตรีศึกษาฯ กับภารกิจแก้ความเหลื่อมล้ำ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง 

เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันว่าสามารถสร้างอนาคตที่ดีและมั่นคงให้แก่ลูกหลานได้

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันว่าสามารถสร้างอนาคตที่ดีและมั่นคงให้แก่ลูกหลานได้ พบว่า

  • ตัวอย่าง ร้อยละ 41.45 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น
  • รองลงมา ร้อยละ 29.77 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น
  • ร้อยละ 17.25 ระบุว่า เชื่อมั่นมาก (เช่น มั่นใจว่าโรงเรียนในปัจจุบันดูแลและสอนเด็กได้ดี)
  • ร้อยละ 11.53 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย (เช่น ต้องพึ่งพาการเรียนพิเศษ หรือดิ้นรนด้วยตัวเองเป็นหลัก)

โรงเรียนและรูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันว่าสามารถพัฒนาเด็กไทยให้คิดเป็น ทำงานเป็น และใช้ชีวิตได้ในโลกยุคใหม่

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อโรงเรียนและรูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันว่าสามารถพัฒนาเด็กไทยให้คิดเป็น ทำงานเป็น และใช้ชีวิตได้ในโลกยุคใหม่ พบว่า

  • ตัวอย่าง ร้อยละ 46.41 ระบุว่า ค่อนข้างดี
  • รองลงมา ร้อยละ 33.89 ระบุว่า ไม่ค่อยดี (เช่น เน้นแต่การท่องจำ เอาไปใช้จริงในการทำงานไม่ได้)
  • ร้อยละ 10.99 ระบุว่า ทำได้ดีมาก (เช่น เด็กเรียนจบมาพร้อมทำงานและใช้ชีวิต)
  • ร้อยละ 8.40 ระบุว่า ไม่ได้เลย (เช่น เรียนตามระบบไปอย่างนั้นไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่)
  • ร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ

เรื่องที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข เพื่อลดความเดือดร้อนของพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็ก 

สำหรับเรื่องที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข เพื่อลดความเดือดร้อนของพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็ก พบว่า

  • ตัวอย่างร้อยละ 35.04 ระบุว่า ความเหลื่อมล้ำทางคุณภาพ (โรงเรียนใกล้บ้านคุณภาพไม่ดีเท่าโรงเรียนดังในเมือง)
  • รองลงมา ร้อยละ 24.50 ระบุว่า เด็กเรียนหนัก แต่นำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันไม่ได้
  • ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ความปลอดภัยและสุขภาพจิตของเด็กในโรงเรียน (เช่น การกลั่นแกล้ง ยาเสพติด ความเครียด)
  • ร้อยละ 15.95 ระบุว่า ภาระงานของครูที่เยอะเกินไป จนครูไม่มีเวลาสอนหรือดูแลเด็กอย่างเต็มที่
  • ร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ
  • และร้อยละ 0.23 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การเรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษา

เรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ภายใน 1 ปี

สำหรับเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นจริง ภายใน 1 ปี พบว่า

  • ตัวอย่าง ร้อยละ 35.42 ระบุว่า เรียนฟรี ต้องฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
  • รองลงมา ร้อยละ 13.51 ระบุว่า ยกเลิกโครงการซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสารของครู
  • ร้อยละ 12.29 ระบุว่า ปรับหลักสูตรเป็นฐานสมรรถนะเตรียมความพร้อมเด็กสู่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
  • ร้อยละ 9.08 ระบุว่า จัดสรรงบประมาณการศึกษาตามความต้องการของพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล
  • ร้อยละ 8.70 ระบุว่า จัดตั้ง Human Capital Superboard เชื่อมโยงการเรียนให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เด็กมีงานทำ มีรายได้
  • ร้อยละ 7.79 ระบุว่า ประเมินผู้เรียนจากผลลัพธ์ ไม่ใช่ด้วยเกรด
  • ร้อยละ 4.58 ระบุว่า ทุน “หนึ่งอำเภอ หนึ่งการศึกษา” (ODOS) สู่ทุกอำเภออย่างแท้จริง
  • ร้อยละ 4.20 ระบุว่า เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาต้องเป็น 0 (Thailand Zero Dropout)
  • ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ลดภาระครูที่ต้องจัดอาหารกลางวัน จัดตั้งครัวกลางอาหารกลางวันของท้องถิ่น และตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อเด็กและครู ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในสัดส่วนที่เท่ากัน
  • ร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ

ความรู้สึกของประชาชนต่อการพัฒนาการศึกษาไทยตามที่รัฐบาลสัญญาไว้ และสิ่งที่ทำให้เห็นชัดว่าการศึกษาดีขึ้นจริง

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการพัฒนาการศึกษาไทยตามที่รัฐบาลสัญญาไว้ และสิ่งที่ทำให้เห็นชัดว่าการศึกษาดีขึ้นจริง พบว่า

  • ตัวอย่าง ร้อยละ 28.78 ระบุว่า เด็กไทยเรียนจบแล้วมีงานทำตรงสาย ไม่ตกงาน และได้เงินเดือนที่เหมาะสม
  • รองลงมา ร้อยละ 16.64 ระบุว่า เด็กไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ และมีทักษะสู้กับเด็กต่างชาติอื่นได้
  • ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ครูมีเวลาทุ่มเทให้กับการสอนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลากับงานเอกสารหรือภาระงานอื่น
  • ร้อยละ 14.35 ระบุว่า เด็กมีความสุขกับการไปโรงเรียน ไม่เครียดหรือเป็นซึมเศร้าจากการเรียน
  • ร้อยละ 14.05 ระบุว่า พ่อแม่ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือเสียเงินแพง ๆ เพื่อให้ลูกได้เข้าเรียนใน “โรงเรียนดัง”
  • ร้อยละ 6.10 ระบุว่า ข่าวความรุนแรง ข่าวครูทำร้ายเด็ก หรือปัญหาในโรงเรียน ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ร้อยละ 2.98 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสะท้อนว่าการศึกษาของไทยได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง และร้อยละ 2.29 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง