รีเซต

"ทรัมป์" บีบอิหร่านไม่หยุด ส่งกองเรือรบเข้าพื้นที่เพิ่มอีกชุด กดดันทำข้อตกลง

"ทรัมป์" บีบอิหร่านไม่หยุด ส่งกองเรือรบเข้าพื้นที่เพิ่มอีกชุด กดดันทำข้อตกลง
TNN ช่อง16
28 มกราคม 2569 ( 13:54 )
10

"ทรัมป์" ไม่หยุด ส่งกองเรือรบมุ่งหน้าเข้า "อิหร่าน" เพิ่มอีกชุด บีบทำข้อตกลง


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือรบเพิ่มเติมอีกชุดมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน พร้อมแสดงความหวังว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ

          

ทรัมป์กล่าวระหว่างการปราศรัยในรัฐไอโอวาเมื่อวันอังคาร (27 มกราคม) ว่า ขณะนี้มีกองเรือรบอีกชุดหนึ่งของสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนกำลังไปยังอิหร่าน ดังนั้น เราก็ต้องมาติดตามดูกัน

          

ทรัมป์ระบุเพิ่มเติมว่า ผมหวังว่าพวกเขาจะทำข้อตกลง พวกเขาควรทำข้อตกลงตั้งแต่ครั้งแรก ตอนที่ประเทศยังไม่พัง

      

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อวันจันทร์ (26 มกราคม) ว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตียูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln Carrier Strike Group) ได้เดินทางเข้าประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน

         

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าถ้อยแถลงของทรัมป์หมายถึงกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตียูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น หรือกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอีกชุดหนึ่งของสหรัฐฯ


ขณะที่ก่อนหน้านี้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯ จะฝึกความพร้อมรบต่อเนื่องหลายวันครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ หลังจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” (USS Abraham Lincoln Carrier Strike Group) เข้าประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว


แถลงการณ์ของกองบัญชาการฯ เมื่อวันอังคาร (27 มกราคม ) ระบุว่า กองทัพอากาศที่ 9 จะดำเนินการฝึกดังกล่าวเพื่อแสดงศักยภาพในการส่งกำลัง กระจายกำลัง และคงขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการทางอากาศ


สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การฝึกครั้งนี้มุ่งทดสอบขั้นตอนเคลื่อนย้ายกำลังพลและอากาศยานอย่างรวดเร็ว รวมถึงปฏิบัติการแบบกระจายกำลังในพื้นที่ฉุกเฉิน การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด ตลอดจนบูรณาการระบบบังคับบัญชาและควบคุมร่วมกับนานาชาติครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง


นอกจากนี้ ระหว่างการฝึก กองกำลังสหรัฐฯ จะส่งทีมไปยังพื้นที่ฉุกเฉินหลายแห่งเพื่อทดสอบขั้นตอนตั้งฐานทัพ ขึ้นบิน และรับเครื่องกลับอย่างรวดเร็ว โดยใช้ชุดสนับสนุนขนาดเล็กแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กิจกรรมทั้งหมดจะดำเนินการโดยได้รับความเห็นชอบจากประเทศเจ้าบ้าน และมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานการบินพลเรือนและทหาร


ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าทำเนียบขาวตัดสินใจอย่างไรต่อกรณีอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (26 มกราคม) ว่าเขายังคงเปิดช่องสำหรับการเจรจา



ส่วนผลกระทบในภาคธุรกิจ ล่าสุดสายการบิน แอร์ฟรานซ์ (AIR France) และเคแอลเอ็ม (KLM) ตัดสินใจระงับเที่ยวบินไปยังและผ่านหลายประเทศในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความมั่นคงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย


แถลงการณ์ระบุว่า แอร์ฟรานซ์ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างกรุงปารีสกับดูไบในวันศุกร์ (23 มกราคม) และวันเสาร์ (24 มกราคม) ที่ผ่านมา โดยระงับการให้บริการเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน


ขณะที่เคแอลเอ็ม สายการบินของเนเธอร์แลนด์ ระงับเที่ยวบินไปยังดูไบ ริยาด และดัมมามในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเทลอาวีฟ โดยไม่มีกำหนดกลับมาให้บริการ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น่านฟ้าเหนือหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงอิหร่าน อิรัก และอิสราเอล เพื่อความปลอดภัย


การระงับเที่ยวบินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถส่งผลกระทบต่อการบินพลเรือนได้อย่างรวดเร็ว โดยเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทางเรือไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่า อาจมีการดำเนินการทางทหารกับอิหร่าน จากกรณีการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง


เมื่อต้นเดือนนี้ บริติชแอร์เวย์ (British Airways) ได้ระงับเที่ยวบินไปยังบาห์เรนเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ


นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2568 สายการบินหลายแห่งจากยุโรปและสหรัฐฯ ก็เคยระงับเที่ยวบินไปยังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ แห่งหนึ่งในกาตาร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กาตาร์และประเทศใกล้เคียงต้องปิดน่านฟ้า และสร้างความปั่นป่วนต่อการบินระหว่างประเทศอย่างหนัก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง