งานวิจัยเกาหลีใต้พบ PM2.5 และ PM0.1 คร่าชีวิตประชาชนเพิ่มเกือบ 3,000 รายใน 5 ปี

ผลงานวิจัยชิ้นใหม่เรื่อง “การเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงโซล ระหว่างปี 2016-2020” ตีพิมพ์เมื่อเดือนที่แล้วในวารสาร BMC Public Health ซึ่งเป็นวารสารนานาชาติแบบเปิด (open-access) ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กและขนาดเล็กละเอียด (PM2.5 และ PM0.1) ในกรุงโซล มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic Heart Disease-IHD) หลายพันราย ระหว่างปี 2016-2020
งานวิจัยนำโดยศาสตราจารย์ฮง ยุน-ชอล จากสถาบันเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยโซล วิเคราะห์ผลกระทบของ PM2.5 ต่อโรคหัวใจขาดเลือดในช่วงเวลา 5 ปีดังกล่าว พบว่าในกลุ่มประชากรอายุ 25 ปีขึ้นไป มีผู้เสียชีวิตส่วนเกินจากโรคนี้ที่สามารถเชื่อมโยงกับ PM2.5 หรือเล็กกว่า ได้ราว 2,861 ราย
ในช่วงปี 2016-2020 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดรวม 10,971 คนในกลุ่มอายุดังกล่าว โดยค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยในกรุงโซลอยู่ที่ 23.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงเรื่อย ๆ จาก 25.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2016 เป็น 20.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในปี 2020
ทั้งค่าต่ำสุดและค่าเฉลี่ยในแต่ละปีล้วนสูงกว่าเกณฑ์ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่กำหนดโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้ สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรง
งานวิจัยพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนเกินกระจายอยู่ในทุกช่วงอายุ แต่หนักที่สุดในผู้สูงอายุ โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนเกินทั้งหมดมี 2,436 ราย เป็นกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไปและ 1,881 ราย เป็นกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป
ส่วนอัตราการเสียชีวิตส่วนเกินจากโรคหัวใจขาดเลือดต่อประชากร 100,000 คน เท่ากับ 38.6 ราย ในกลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป, 56.2 ราย ในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป และ 139.8 ราย ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป
นักวิจัยยังประเมินว่า หากสามารถลดค่าฝุ่น PM2.5 ลงเหลือ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรได้ จะสามารถหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดได้ถึง 837 ราย ในกลุ่มประชากรอายุ 25 ปีขึ้นไป และช่วยลดการเสียชีวิตในผู้สูงอายุในสัดส่วนที่มากยิ่งขึ้น และเมื่อประชากรสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การลงมือจัดการคุณภาพอากาศล่วงหน้าอาจให้ประโยชน์ด้านสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
